10 วิธีเปิดร้านขายเครื่องสำอางเล็ก ๆ ให้โตไว กำไรงาม

ผู้เขียน
Tanutcha R.
10 วิธีเปิดร้านขายเครื่องสำอางเล็ก ๆ ให้โตไว กำไรงาม
ขายเครื่องสำอาง ต้องเริ่มจากตรงไหนและทำยังไงถึงจะประสบความสำเร็จได้?

เราเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนต่างก็ฝันอยากมีธุรกิจนี้เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น และหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่อยากมีร้านขายเครื่องสำอางเแล้วล่ะก็ ในบทความนี้เราจะพามาดู 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเปิดร้านขายเครื่องสำอางเล็ก ๆ เป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น รับรองว่าถ้าทำตามร้านเล็ก ๆ ของคุณจะโตไวและทำกำไรได้งาม ๆ แน่นอน!

1. สำรวจความต้องการของตัวเอง

แน่นอนว่าการที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้นั้น เจ้าของธุรกิจทุกคนจะต้องเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบหรือถนัด เพราะถ้าหากคุณไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว วันหนึ่งก็จะหมดไฟในการทำงาน รู้สึกว่าการตื่นมาในแต่ละวันไม่มีเป้าหมาย และไม่อยากทำธุรกิจนั้น ๆ อีกต่อไป

ดังนั้นสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นเปิดร้านขายเครื่องสำอางเล็ก ๆ นั้นจะต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณเป็นคนรักหรือสนใจในเรื่องของความสวยความงามหรือไม่ และธุรกิจนี้ใช่สิ่งที่คุณต้องการทำจริง ๆ หรือเปล่า เพราะหากเริ่มจากสิ่งที่คุณรักจริง ๆ แล้ว คุณจะมีไฟไปต่อแม้มีอุปสรรคเข้ามาทดสอบนั่นเอง

2. ดูว่าอยากขายเครื่องสำอางแนวไหน

หลายคนรู้ว่าตัวเองอยากขายเครื่องสำอาง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าตัวเองอยากขายเครื่องสำอางแนวไหน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจเริ่มหรือไปต่อได้ยาก เพราะเมื่อไม่รู้ว่าจะขายเครื่องสำอางแนวไหน คุณก็จะไม่รู้เลยว่าจะเล็งกลุ่มเป้าหมายไปที่ไหนดี เพราะฉะนั้นจะต้องรู้ก่อนว่าอยากขายเครื่องสำอางแนวไหน เช่น เครื่องสำอางแบบแบรนด์ทั่วไป, เคาน์เตอร์แบรนด์, เครื่องสำอางเกาหลี, เครื่องสำอางสาย ฝ. หรืออยากเปิดร้านขายเครื่องสำอางที่เป็นศูนย์รวมทุกแบรนด์ เมื่อรู้แล้วว่าอยากขายเครื่องสำอางแนวไหน ขั้นตอนต่อ ๆ ไปก็ไม่ยาก

3. ทุนในการขายเครื่องสำอาง

เมื่อรู้แล้วว่าอยากขายเครื่องสำอางแนวไหนแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรื่องของทุนในการขายเครื่องสำอาง เนื่องจากต้นทุนนั้นส่งผลต่อขนาดร้านและจำนวนสินค้าที่ต้องการขาย ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะต้องมีทั้งทุนค่าสินค้า ค่าเช่าที่และตกแต่งร้าน ค่าอุปกรณ์ในร้าน แล้วก็ต้องมีทุนสำรองไว้หมุนเวียนในร้านอีก


ถ้าจะกะคร่าว ๆ ควรมีต้นทุนอย่างน้อย 50,000 - 10,000 บาท ทั้งนี้ต้นทุนก็ขึ้นอยู่กับราคา เกรดของสินค้า และแบรนด์ที่เลือกขายด้วย แนะนำว่าให้เริ่มจากเล็ก ๆ ถ้ากำไรดีก็ค่อยขยับขยายไปในอนาคต

4. หาแหล่งขายส่งเครื่องสำอางให้เจอ

ก่อนจะเปิดร้านขายเครื่องสำอางหรือแม้แต่ขายเครื่องสำอางออนไลน์ คุณจำเป็นต้องหาแหล่งขายส่งและเปรียบเทียบราคาเสียก่อนเพื่อดูว่าซื้อจากที่ไหนคุ้มที่สุดหรือราคาเป็นกันเองมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแหล่งขายส่งเครื่องสำอางที่เป็นที่นิยมและมีครบทั้งเครื่องสำอางเกาหลี ญี่ปุ่น และอื่น ๆ ก็มีทั้งสำเพ็งและประตูน้ำ 

แนะนำให้ไปลองเดินสำรวจดูร้านขายส่งในแต่ละที่ก่อนเพื่อดูว่าสินค้าที่ทางร้านขายจริง ๆ เป็นยังไงและคุณภาพสินค้าตรงกับที่ต้องการหรือไม่ จะได้ค้าขายได้อย่างสบายใจและไม่เสียเงินไปกับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

5. ตั้งราคาขายให้เป็น

การตั้งราคาขายหน้าร้านถือว่าสำคัญมาก ๆ ในการขายเครื่องสำอางและสินค้าทุกชนิด เพราะถ้าหากตั้งราคาไม่เป็นก็จะเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น หากตั้งราคาสินค้าต่ำเกินไป เมื่อคำนวณแล้วก็อาจจะขาดทุนได้ หรือถ้าตั้งราคาเครื่องสำอางแพงเกินไป สินค้าก็จะขายไม่ออก 

ดังนั้นหลักการทั่วไปในการขายเครื่องสำอางเลยก็คือ ทางร้านสามารถบวกเพิ่มได้จากราคาต้นทุนของสินค้าได้มากถึง 50% - 100% เช่น ถ้าต้นทุนอยู่ที่ชิ้นละ 100 บาท ก็ขายได้ที่ราคาชิ้นละ 150 - 200 บาท

อย่างไรก็ตาม คุณจะต้องทำการบ้านหนัก ๆ และศึกษาราคาของคู่แข่งด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าราคาที่ร้านของคุณสามารถดึงดูดลูกค้าและยังคงทำกำไรให้ร้านไปต่อได้

6. จัดสินค้าหน้าร้านให้น่าดึงดูด

เทคนิคเบื้องต้นในการขายเครื่องสำอางเลยก็คือการจัดสินค้าหน้าร้านให้น่าดึงดูด ซึ่งทางร้านจะต้องจัดเครื่องสำอางของแต่ละแบรนด์หรือแต่ละชนิดให้เป็นหมวดหมู่ และวางสินค้าที่ใช้ด้วยกันได้ไว้ใกล้ ๆ กัน เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นและอยากซื้อเครื่องสำอางชิ้นนั้นเพิ่มขึ้นมา เช่น ลิปสติกต้องวางคู่กับลิปไลเนอร์ แป้งกับบลัชออน คอนทัวร์ หรือไฮไลท์ เป็นต้น โดยเราเรียกหลักการนี้ว่า Cross-selling 

นอกจากนี้ก็ต้องมีพร็อบและจัดไฟให้สวยงามด้วย โดยสามารถหาไอเดียเพิ่มเติมในการจัดร้านขายเครื่องสำอางได้ที่ Pinterest หรือจะไปศึกษาร้านอื่น ๆ เพื่อเป็นแนวทางก็ได้ เมื่อจัดสินค้าได้ดี แสงไฟ และพร็อพทุกอย่างลงตัว รับรองว่าขายดีแน่ ๆ 

เปิดร้านขายเครื่องสำอางค์
Photo by Cottonbro from Pexels


7. มีระบบจัดการสต๊อกที่มีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขายเครื่องสำอางเลยก็คือ สต๊อกสินค้า เพราะที่ร้านต้องมีสินค้าตุนไว้ขายตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะเครื่องสำอางขายดี เพราะถ้าหากสินค้าหมดหรือไม่พอขายทางร้านมีโอกาสเสียลูกค้าแน่นอน หรือหากทางร้านตุนสินค้าผิดชนิด ก็ทำให้เสียเงินไปกับไอเท็มที่ขายออกช้า หรือที่เราเรียกว่า Dead Stock กันได้ ส่งผลให้เงินจมอยู่กับสินค้าที่ไม่จำเป็น แทนที่จะได้ใช้เงินไปลงทุนกับสินค้าขายดี 

เราขอแนะนำว่าถ้าจะเปิดร้านขายเครื่องสำอางทั้งทีต้องเลือกเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการนับสต๊อกสินค้าด้วย อย่าง Zaapi เอง นอกจากจะเป็นแอปให้ขายสินค้าฟรีแล้ว ก็ยังสามารถเซ็ตและตัดสต๊อกสินค้าในตัวได้ด้วย จึงช่วยให้คุณบริหารจัดการสต๊อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีข้อมูลวางแผนการขายได้ดีขึ้น

8. รู้วิธีรับมือกับลูกค้า

ในการทำธุรกิจมักจะมีลูกค้ามากมายหลายแบบ ลูกค้าบางคนอาจจะใจเย็น ง่าย ๆ สบาย ๆ แต่บางคนก็อาจจะถามเยอะ จุกจิก ต้องการรู้ทุกรายละเอียด ซึ่งเมื่อเจอลูกค้าแบบอย่างหลัง ทางร้านจะต้องใจเย็นให้มากและควบคุมสติอารมณ์ให้ดี 

เมื่อมีปัญหาเช่นส่งสินค้าผิดหรือคิดราคาผิด ก็ควรน้อมรับความผิดและขอโทษลูกค้า หรือแม้แต่จะเป็นความผิดของลูกค้าเอง ทางร้านก็จะต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจและมีแผนรับมือกับสถานการณ์นั้น ๆ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างท่วงทันและตรงจุด เพราะแน่นอนว่าเมื่อลูกค้าได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วแล้ว แม้จะผิดพลาดลูกค้าก็จะประทับใจและมีโอกาสกลับมาอุดหนุนร้านอีกแน่นอน

9. อย่าลืมทำการตลาดและจัดโปรโมชั่น

การทำธุรกิจทุกประเภทย่อมมีคู่แข่งอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะช่วยให้ร้านของคุณเป็นที่จดจำและนำรายได้เข้าสู่ร้านก็คือการทำการตลาดและการจัดโปรโมชั่น โดยการทำการตลาดที่ว่านี้ทางร้านสามารถโปรโมทได้ง่าย ๆ ผ่านเพจและไอจีร้าน กลุ่มเฟสบุ๊ค และฟอรั่มต่าง ๆ หรือจะหาวิธีจูงใจให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปากในกลุ่มของลูกค้าเองก็ได้ เช่น หาจุดขายอย่างการตกแต่งร้าน แพ็คเกจจิ้ง และถุงช้อปปิ้งของร้าน เป็นต้น

ในส่วนของการทำโปรโมชั่นนั้นเราขอแนะนำว่าไม่ควรทำถี่มากจนเกินไป เพราะมีโอกาสทำให้ลูกค้าไม่ซื้อสินค้าในราคาปกติอีกต่อไปได้ หากจะจัดโปรลด แลก แจก หรือแถม ควรจัดเฉพาะเทศกาลพิเศษ หรือจัดเมื่อต้องการแนะนำสินค้าใหม่ หรือจัดเพื่อระบายสินค้าค้างสต๊อกเท่านั้น

10. ขายออนไลน์

“ขายเครื่องสำอางออนไลน์” ฟังดูง่ายใช่ไหมล่ะ? ซึ่งก็ต้องบอกว่าง่ายจริง ๆ เพราะทุกวันนี้การขายออนไลน์คือปัจจัยสำคัญของทุกธุรกิจร้านค้ากันไปแล้ว ซึ่งสาเหตุเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าลูกค้ามีวิถีชีวิตที่ยุ่งมากขึ้น บวกกับโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการช้อปออนไลน์จึงช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมทุกร้านจึงต้องมีร้านค้าหรือขายออนไลน์กัน


สำหรับช่องทางการขายออนไลน์นั้นมีทั้ง Social Media มาร์เก็ตเพลสเช่น Lazada, Shopee และแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกเพียบ! แถมยังมีเว็บไซต์ขายออนไลน์ฟรีให้เลือกอีกมากมายอีกด้วย ซึ่งถือว่าตอบโจทย์การขายในยุคนี้เป็นอย่างมาก เช่น แอป Zaapi ก็เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มฟรีที่ช่วยคุณสร้างร้านขายเครื่องสำอางออนไลน์ได้ในไม่กี่คลิก แถมยังมีฟีเจอร์จัดเก็บข้อมูลลูกค้า วิเคราะห์ร้าน ดูยอดขาย และอื่น ๆ อีกมากมาย ถือว่าเหมาะกับพ่อค้าแม่ค้ายุคนี้เป็นอย่างมาก


ทิ้งท้าย

และนี่ก็คือเทคนิคทั้งหมดของการเปิดร้านขายเครื่องสำอางเล็ก ๆ ของคุณให้โตไวและทำกำไรงาม ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำร้านในปัจจุบันไม่ได้เพียงแต่มีสินค้า บริการ หรือหน้าร้านที่ดีเท่านั้น แต่จะต้องอาศัยหลาย ๆ อย่างประกอบกันจึงจะประสบความสำเร็จได้ ทั้งการทำการตลาด โปรโมชั่น และหน้าร้านออนไลน์

นั่นเป็นเพราะว่ายิ่งคุณเข้าถึงลูกค้าได้มากเท่าไหร่ โอกาสในการขายก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น 

ทั้งนี้ก่อนไปเราขอแนะนำว่า หากจะเลือกแพลตฟอร์มขายออนไลน์ทั้งทีก็ต้องเลือกแพลตฟอร์มที่คุณสามารถบริหารจัดการและควบคุมทุกอย่างได้เองอย่างเต็มที่ คุณถึงจะวางแผนการขายและทำกำไรให้ร้านขายเครื่องสำอางได้ตามต้องการ เพราะฉะนั้นคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการมีหน้าร้านออนไลน์เป็นของตัวเอง หากพร้อมแล้วดาวน์โหลดแอป Zaapi เลยตอนนี้! เพราะแอปนี้จะช่วยสร้างร้านค้าออนไลน์ให้คุณฟรี ให้คุณเริ่มขายได้ในไม่กี่นาที ที่สำคัญสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว!

เปิดเว็บขายของออนไลน์ ฟรี!
คลิกที่นี่
เป็นที่นิยม
ลงทะเบียนรับข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.