เจาะลึก Social Media Marketing เทคนิคเพิ่มยอดขายร้านปี 2022

ผู้เขียน
Tanutcha R.
เจาะลึก Social Media Marketing เทคนิคเพิ่มยอดขายร้านปี 2022

Social Media Marketing คืออีกหนึ่งเทคนิคการตลาดที่ถือว่าได้ผลมาก ๆ สำหรับธุรกิจน้อยใหญ่ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มคนที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคตและลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าของคุณมักจะโต้ตอบกับร้านผ่านโซเซียลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter, Instagram หรือว่า TikTok กันเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าร้านไม่ได้สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างตรงจุด ก็อาจจะพลาดโอกาสขายไปเลยก็ได้ เพราะ Social Media Marketing คือสิ่งที่มองข้ามกันไม่ได้ในปี 2022 นี้!

Social Media Marketing คืออะไร?

Social Media Marketing
Photo by Tracy Le Blanc from Pexels

Social Media Marketing คือ การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นการสร้างและแชร์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการตลาดและการสร้างแบรนดิ้งของร้าน โดยหลัก ๆ แล้ว Social Media Marketing จะมีดังนี้ :-

  • โพสต์ข้อความ
  • รูปภาพ
  • วิดีโอ

นอกจากนี้ยังรวมถึงคอนเทนต์อื่น ๆ ที่ช่วยสร้าง Engagement และโฆษณาต่าง ๆ ที่อยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของร้านคุณด้วย

และถ้าสงสัยว่าต้องทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียแบบไหน ถึงจะถูกใจลูกค้าและเรียกยอดขายได้ในที่สุด วันนี้เรามีเทคนิคเด็ด ๆ มาฝากกัน รับรองปี 2020 นี้ปังทั้ง Engagement และยอดขายแน่นอน

1. รู้จักกลุ่มลูกค้า

การรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมายถือว่าสำคัญมาก ๆ ในการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ทำคอนเทนต์ที่ใช่สำหรับกลุ่มลูกค้า จะได้กระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าไปในตัวด้วย เช่น ไลค์ แชร์ และคอมเมนต์ เพราะฉะนั้นถ้าอยากเปลี่ยนโซเชียลให้เป็นแพลตฟอร์มของธุรกิจคุณ ก็ต้องรู้ข้อมูลสำคัญ ๆ ของลูกค้า เช่น

  • อายุ
  • โลเคชั่น
  • รายได้
  • งานหรืออาชีพ
  • ความสนใจ
  • ฯลฯ

2. วางแผนให้ถี่ถ้วน

ขั้นตอนแรกก่อนการทำแคมเปญการตลาดใด ๆ บนโซเชียลมีเดีย คุณต้องดูเป้าหมายของร้านเสียก่อน เพราะการทำแคมเปญโดยไม่มีกลยุทธ์ ก็เปรียบเสมือนการเดินวนในเขาวงกต ซึ่งแรก ๆ อาจจะสนุก แต่หลัง ๆ ก็จะหลงทางและเสียเวลา แต่สำหรับการทำแคมเปญคือ หากทำไม่ถูกต้อง คุณจะเสียเงินไปโดยเปล่าด้วย

ในส่วนของการวางแผนทำ Social Media Marketing นั้นเราขอแนะนำให้เริ่มด้วยคำถามเหล่านี้ :-

  • เป้าหมายของธุรกิจและแต่ละแคมเปญคืออะไร
  • กลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร
  • ใครคือแวดวงใกล้เคียงของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
  • ต้องการสื่อสารอะไรกับลูกค้าในการทำ Social Media Marketing ในแต่ละครั้ง

และปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้วางแผนทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียก็คือ ประเภทธุรกิจของคุณนั่นเอง

3. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

คุณสามารถตั้งเป้าหมายในการทำการตลาดบนโลกโซเชียลมีหลายอย่างด้วยกัน เช่น

  • สร้าง Brand Awareness
  • สร้างตัวตนของแบรนด์
  • สร้าง Engagement และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • เพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์หรือเพจร้าน
  • เพิ่มยอดขาย

ยิ่งร้านคุณมีฐานผู้ติดตามในโลกโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายในการทำ Social Media Marketing ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

4. บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์

แชร์เรื่องราวของร้านอย่างภารกิจแบรนด์และเบื้องหลังความเป็นมา เพราะหากคุณเล่าเรื่องราวของร้านหรือสินค้าได้ดี ก็จะช่วยสร้างภาพพจน์ดี ๆ ให้กับร้านและเพิ่มยอดขายได้ในที่สุด ถ้าจะให้ดีควรแชร์เรื่องราวของลูกค้าที่ใช้สินค้าหรือบริการของร้านคุณ ถ้าลูกค้าโพสต์หรือแชร์ฟีดแบ็คดี ๆ เกี่ยวกับร้าน ก็รีโพสต์บนโซเชียลมีเดียได้เลย เพราะจะช่วยให้ร้านของคุณก็มีตัวตน น่าเชื่อถือ และยังทำให้สินค้าน่าใช้มากยิ่งขึ้นด้วย

5. วางแผนคอนเทนต์

ในการทำคอนเทนต์ นอกจากจะต้องดูที่เป้าหมายธุรกิจและกลุ่มลูกค้าแล้ว คุณควรทำ Keyword Research และวิเคราะห์คู่แข่ง ดูจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละร้าน จากนั้นก็ประชุมทีมและวางแผนคอนเทนต์ที่ต้องการโพสต์บนแต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของร้าน เพื่อดูว่าคอนเทนต์แนวไหนจะเหมาะกับแพลตฟอร์มไหน

เช่น ถ้าเป็นเฟสบุ๊คหรือไอจี ก็จะเน้นภาพหรือวิดีโอสนุก ๆ แต่ถ้าเป็นคอนเทนต์บน TikTok ก็จะเน้นออกแนวไวรัล เล่นได้มากกว่า และสนุกได้มากขึ้นมาหน่อย

6. โพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ

การทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียจะต้องอาศัยความสม่ำเสมอถึงจะเป็นที่จดจำในกลุ่มลูกค้าของคุณได้ ดังนั้นควรกำหนดให้ชัดเลยว่า วันนี้หรือเวลานี้ จะโพสต์อะไร หรือโพสต์คอนเทนต์รูปแบบไหน เช่น โพสต์ภาพสินค้าทุกวันจันทร์ เวลา 20.00 น. โพสต์โปรโมชั่นทุกวันศุกร์ เวลา 21.30 น. 

เคล็ดลับในการทำคอนเทนต์ก็คือ ต้องน่าสนใจและเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า ซึ่งสามารถโพสต์ได้ทั้งภาพ วิดีโอ อินโฟกราฟิก เคล็ดลับต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งถ้าเป็นคอนเทนต์ที่เป็นกระแสมาแรง บอกเลยว่าต้องโพสต์ให้ทัน เพราะลูกค้ามักจะชอบและจำร้านที่ตามเทรนด์นั่นเอง

7. วิเคราะห์ข้อมูล

เมื่อโพสต์คอนเทนต์แล้วก็ต้องติดตามผลลัพธ์เพื่อดูว่าแต่ละโพสต์เป็นยังไงบ้าง เช่น 

  • Engagement Rate เป็นยังไง 
  • Reach เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วหรือไม่
  • มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นหรือเปล่า
  • มีคนติดแฮชแท็กของร้านเท่าไหร่
  • ฯลฯ

ซึ่งในข้อมูลเชิงลึกของแต่ละแพลตฟอร์มจะมีข้อมูลเหล่านี้ให้อยู่แล้ว เมื่อมีข้อมูลในมือก็จะช่วยให้วางแผนคอนเทนต์ได้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของแต่ละแพลตฟอร์มยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ติดตามรู้สึกมีส่วนร่วม เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเพิ่มยอดขายได้ในที่สุด

8. วางแผนรับมือกับภาวะวิกฤต

แน่นอนว่าบนโลกออนไลน์และโซเชียลมักจะมีกลุ่มลูกค้าที่ไม่พอใจสินค้าและบริการของคุณ หรืออาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้นร้านควรวางแผนรับมือกับภาวะวิกฤตที่ลูกค้าอาจจะคอมเมนต์ในเชิงลบ เพราะการมีคู่มือและแผนรับมือไว้ จะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปมากกว่าเดิม

แนะนำให้จำลองสถานการณ์และร่างคำตอบหรือแนวทางการแก้ปัญหาคร่าว ๆ ไว้ เช่น 

  • สินค้ามีปัญหา
  • ลูกค้าใช้ส่วนลดไม่ได้
  • ลูกค้าติดต่อทีมซัพพอร์ตไม่ได้
  • ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า

ลองคิดเล่น ๆ ว่าถ้าร้านคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้ จะตอบลูกค้าหรือจัดการกับปัญหายังไง

9. หาแรงบันดาลใจ

ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าหรือทำธุรกิจอะไร แรงบันดาลใจคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยสรรสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ และช่วยให้ฟีดของคุณไม่น่าเบื่อ เช่น ถ้าขายเสื้อผ้า ก็แชร์ไอเดียการแต่งตัว ถ้าขายเฟอร์นิเจอร์​ ก็โพสต์การตกแต่งหรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ หรือถ้าขายอาหาร ก็สามารถแชร์ไอเดียเมนูใหม่ ๆ หรือนำเสนอเมนูใหม่ของร้านได้ 

ลองดูว่าแบรนด์อื่น ๆ ที่มีไอเดียทำคอนเทนต์ยังไงบ้าง หรือจะถามลูกค้าโดยจรงก็ได้ จากนั้นก็ประยุกต์ไอเดียใหม่ ๆ ลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของร้าน วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่หยุดพัฒนาการทำการตลาดบน Social Media Marketing 

10. แชร์ลิงก์

ถ้าอยากเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณได้โดยตรง คุณควรแชร์ลิงก์หน้าร้านค้าออนไลน์หรือสินค้าลงในแคปชั่นของโซเชียลมีเดีย เพราะเมื่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นสินค้าที่สนใจและสามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อสินค้าได้ทันที

ยิ่งลูกค้าช้อปสะดวกมากเท่าไหร่ โอกาสในการขายก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นควรแชร์ลิงก์ในแคปชั่นของแต่ละโพสต์ วิธีนี้เป็นการทำการตลาดที่ถือว่าได้ผลดีเป็นอย่างมาก

11. ใช้แฮชแท็ก

หากอยากเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างขึ้นแบบไม่ต้องทำโฆษณาหรือยิงแอด แนะนำให้ใช้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับโพสต์และตัวสินค้า เพื่อให้โพสต์มีความเฉพาะเจาะลงและตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายมองหามากยิ่งขึ้น เมื่อเลือกใช้แฮชแท็กที่ใช่แล้ว ร้านของคุณก็จะเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ เช่น ถ้าสินค้าหลักคือ เดรสเกาหลี ก็สามารถใช้คำนี้ติดแฮชแท็กได้เลย

ตัวอย่างการติดแฮชแท็กของโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์ม

  • ทวิตเตอร์ ใช้ 1 - 2 แฮชแท็ก
  • อินสตาแกรม ใช้ 5 - 11 แฮชแท็ก
  • เฟสบุ๊ค ใช้ 1 - 2 แฮชแท็ก

ส่วนประเภทของแฮชแท็กที่ควรใช้ก็ได้แก่ #แบรนด์, #Community, #แคมเปญ, #เทรนด์, #วันหยุด และ #สินค้า

ถึงเวลาลองแล้ว!

ได้รู้ความหมายของ Social Media Marketing และเทคนิคต่าง ๆ กันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาของคุณแล้ว! โซเชียลมีเดียคือแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมและมีกลุ่มลูกค้าอยู่ทุกที่ แค่เพียงรู้ว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร ต้องทำคอนเทนต์แบบไหน และรู้จักวัดผลตามเป้าหมายที่วางไว้ เท่านี้ก็จะทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียในปี 2022 ได้ดีขึ้นและเพิ่มยอดขายได้ตามแผนที่วางไว้แล้ว

เปิดเว็บขายของออนไลน์ ฟรี!
คลิกที่นี่
เป็นที่นิยม
ลงทะเบียนรับข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.