Flurona คืออะไร ร้ายแรงหรือไม่ ผู้ประกอบการต้องรับมืออย่างไร?

ผู้เขียน
Tanutcha R.
Flurona คืออะไร ร้ายแรงหรือไม่ ผู้ประกอบการต้องรับมืออย่างไร?

และแล้ว ปี 2565 ก็มีการติดเชื้อผสมอย่าง Flurona ให้เราได้ตื่นตระหนกกันอีกครั้งหลังจากมีการพบเชื้อนี้เป็นครั้งแรกในหญิงตั้งครรภ์ในประเทศอิสราเอล โดยหญิงตั้งครรภ์ที่ว่านี้ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 

แน่นอนว่าการค้นพบในครั้งนี้ทำให้ทั่วโลกต่างหวาดกลัวกันถ้วนหน้า เพราะนอกจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า โอไมครอน และอื่น ๆ แล้ว ยังต้องมากังวลกับการติดเชื้อผสมที่เราไม่คุ้นหูกันอย่าง Flurona อีก

ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนได้รู้เท่าทันการติดเชื้อคู่ดังกล่าวแล้ว วันนี้เราจึงจะพามาทำความรู้จัก Flurona กันให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของทุกคน รวมถึงแนวทางสำหรับผู้ประกอบการเพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง 

Flurona คืออะไร?

Flurona คืออะไร ร้ายแรงแค่ไหน Covid-19
Photo by Anna Shvets from Pexels

Flurona อ่านว่า “ฟลูโรน่า” คือ การติดเชื้อผสมระหว่างไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 พร้อมกัน โดยทั้งสองอย่างนี้เป็นเชื้อไวรัสที่โจมตีระบบทางเดินหายใจส่วนบน จึงส่งผลให้ผู้ติดเชื้อหายใจลำบาก

สำหรับการติดเชื้อนั้นก็มีลักษณะคล้ายกัน คือ สามารถติดได้ผ่านน้ำลายและละอองฝอยขณะไอ จาม พูด ร้องเพลง หรือแม้กระทั่งหายใจผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ติดเชื้อจากการสัมผัสดวงตา จมูก หรือปากหลังสัมผัสกับพื้นผิวหรือวัตถุที่มีเชื้อไวรัสอยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท

อาการที่บ่งบอกว่าติด Flurona 

เนื่องจาก Flurona เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน จึงทำให้มีคืออาการกคล้าย ๆ กัน อาทิ

  • มีไข้
  • ไอ
  • เจ็บคอ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • เป็นหวัด คัดจมูก
  • ท้องเสีย
  • สูญเสียการได้กลิ่นหรือรส
  • ฯลฯ

Flurona รุนแรงหรือไม่?

ถ้าเทียบกับผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว ณ ตอนนี้ยังถือว่ามีเคสผู้ป่วยที่ติดเชื้อคู่ระหว่างไข้หวัดใหญ่และเชื้อโคโรน่าไวรัสน้อยมาก เพราะปัจจุบันพบในประเทศอิสราเอล บราซิล ฮังการี และฟิลิปปินส์เท่านั้น 

แต่การติดเชื้อที่ว่านี้ก็อันตรายถึงชีวิต ซึ่งอาจจะรุนแรงกว่าการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อื่น ๆ ด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นการติดเชื้อแบบคู่ โดยคนที่มีอาการรุนแรงจะเกิดปอดอักเสบและอาจเสียชีวิตได้หากจากระบบทางเดินหายใจหรืออวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว อย่างไรก็ตาม หากได้รับวัคซีนโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ จะช่วยลดความรุนแรงของ Flurona ได้

มีการแพร่เชื้อ Flurona ที่ไหนแล้วบ้าง?

เคส Flurona รายแรกของโลกถูกค้นพบในหญิงตั้งครรภ์ในประเทศอิสราเอลเมื่อปลายเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา โดยหญิงตั้งครรภ์ดังกล่าวยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 จากนั้นมีการตรวจพบทั้งเชื้อโควิดและไข้หวัดใหญ่พร้อม ๆ กัน อย่างไรก็ตาม อาการของเธอไม่ได้รุนแรงมากนัก

สาเหตุของการติดเชื้อผสมที่ว่าเนื้อเกิดจากเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่ระบาดอย่างรวดเร็ว บวกกับอาการหนาว เลยส่งผลให้เกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ้ควบคู่กันไป

นอกจากประเทศอิสราเอลแล้ว ยังมีการรายงานการติดเชื้อคู่แบบเดียวกันในประเทศบราซิล ฮังการี และฟิลิปปินส์ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นด้วย แต่นี่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะมีการค้นพบการติดเชื้อคู่ในประเทศสเปนและอเมริกาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา 

ป้องกันการติด Flurona ได้อย่างไรบ้าง?

ป้องกันโควิด-19 และ Flurona อย่างไร
Photo by Anna Shvets from Pexels

แม้จะยังไม่มีการค้นพบการติดเชื้อผสม Flurona ในไทย แต่ว่ากันไว้ก็ดีกว่าแก้เป็นไหน ๆ ซึ่งวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็สามารถนำแนวปฏิบัติสำหรับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เบื้องต้นไปใช้ได้ คือ

  • ฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค
  • สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อออกจากบ้าน โดยใส่หน้ากากอนามัยและสวมทับด้วยหน้ากากผ้าอย่างมิดชิดเพื่อความปลอดภัย รวมถึงล้างมือก่อนและหลังสวมหน้ากากทุกครั้ง
  • ไม่ควรออกจากบ้าน ถ้าไม่จำเป็น
  • เว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1 เมตร แม้ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วยก็ตาม อีกอย่าง อย่าลืมว่ามีคนติดเชื้อหลายคนที่ไม่แสดงอาการ เพราะฉะนั้นควรรักษาระยะห่างเสมอ
  • เลี่ยงสถานที่ที่มีคนแน่นหนา และสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
  • เปิดหน้าต่างเมื่ออยู่ในบ้านหรืออาคาร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีที่สุด
  • เลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ เช่น ประตู หน้าต่าง ที่โหนรถไฟฟ้า ฯลฯ หากจำเป็นให้ฉีดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้ง
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และควรพกเจลล้างมือไปด้วยทุกที่เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกและฆ้าเชื้อเมื่อจำเป็น
  • ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอและจามด้วยทิชชู่หรือข้อศอก ทิ้งกระดาษทิชชู่ลงในถังขยะที่มีฝาปิด จากนั้นให้ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เพื่อเลี่ยงการสัมผัส
  • กินอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ 
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 - 9 ชั่วโมง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
  • ลดความเครียดให้ได้มากที่สุด
  • ทานผักและผลไม้หลากสี เพื่อเสริมสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย
  • หมั่นติดตามข่าวสารเป็นประจำ เพื่อตามให้ทันโรค รวมถึงวิธีป้องกันและการรับมือที่ถูกต้อง
  • หากมีอาการให้รีบตรวจและปรึกษาแพทย์ทันที 

ต้องทำอย่างไรเมื่อตรวจพบ Flurona?

ถ้าอาการยังไม่ถึงขั้นหนัก ให้อยู่บ้านและอยู่ห่างจากผู้คนไว้ก่อน แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือให้รีบติดต่อโรงพยาบาลใกล้ตัวทันที

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเข้าข่ายฉุกเฉิน? 

ให้สังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด เมื่อพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ให้รีบขอความช่วยเหลือทันที 

  • ไข้ไม่ลด
  • หายใจไม่อิ่ม หายใจไม่สะดวก หรือหายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอกผิดปกติ
  • ตื่นยากหรือง่วงผิดปกติ
  • ริมฝีปาก สีผิว หรือเนื้อใต้เล็บซีด เปลี่ยนเป็นสีเทาหรือฟ้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคนด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงตัวอย่างของอาการที่เข้าข่ายผิดปกติเท่านั้น ถ้ามีอาการที่รุนแรงหรือมีข้อกังวล สามารถปรึกษาแพทย์ได้เลยทันที และถ้ามีเพื่อนหรือคนใกล้ตัวเข้าข่ายดังกล่าว ก็สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทันที

แนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการเพื่อเตรียมรับมือกับ Flurona

อย่างที่เราได้เห็นกันไปตั้งแต่ปี 2563 แล้วว่าธุรกิจที่ปรับตัวเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ดังนั้นในฐานะผู้ประกอบการยุคใหม่ คุณจำเป็นต้องมองการณ์ไกลและวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้าก่อนที่ร้านจะเผชิญหน้ากับวิกฤติอีกครั้ง

เมื่อลูกค้าไม่สามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยหรือทานอาหารที่ร้านได้อย่างสบายใจ สิ่งเดียวที่ผู้ประกอบการจะทำได้ก็คือ การสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอีกครั้ง โดยมีมาตรการความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากที่สุด 

อย่าลืมว่าตอนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ใหม่ ๆ ในปี 2563 เราต่างคาดเดากันว่า เชื้อไวรัสนี้น่าจะหายไปภายใน 1 - 2 ปี แต่ตอนนี้ปี 2565 แล้ว เราก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าเชื้อไวรัสตัวนี้จะหายไป ในทางตรงกันข้าม เชื้อไวรัสกลับกลายพันธุ์และมีสายพันธุ์ใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ แถมยังมีการติดเชื้อคู่อย่าง Flurona เข้ามาอีก ดังนั้นผู้ประกอบการทุกคนคงจะเห็นแล้วว่า การขายออนไลน์คือทางออกและทางรอดในยุคนี้ เพราะลูกค้าไม่ต้องออกมาเสี่ยงกับเชื้อไวรัส แถมยังช้อปได้ง่าย ๆ ที่บ้าน และการปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ของธุรกิจน้อยใหญ่ที่ได้ผลจริง ก็มีดังนี้

การปรับตัวสำหรับร้านค้า

ขยายช่องทางการขายออนไลน์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้ได้มากที่สุด ทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Social Media ฟอรั่มฟรี ฯลฯ ถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็คือ ยกร้านของคุณเข้าไปในโลกออนไลน์ เพื่อให้สินค้าของคุณอยู่ใกล้สายตาลูกค้ามากที่สุดและมีโอกาสขายแม้ลูกค้าไม่ได้มาที่ร้านนั่นเอง

และถ้าอยากขายได้อย่างอิสระ ควรมีร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเอง โดยต้องบอกว่าโชคดีที่ปัจจุบันมีเว็บไซต์สำเร็จรูปและแอปสร้างร้านค้าออนไลน์ฟรีมากมายให้คุณขายของง่ายได้ในไม่กี่ขั้นตอน

การปรับตัวสำหรับร้านอาหาร

หากยังไม่เริ่มขายอาหารออนไลน์ ก็ถึงเวลาบุกตลาดเดลิเวอรี่และแปรรูปอาหารให้ขายง่ายขึ้นแล้ว เพราะยิ่งคุณอำนวยความสะดวกมากเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะยิ่งประทับใจและอยากอุดหนุนร้านอาหารของคุณมากเท่านั้น 

ตัวอย่างของการปรับตัวของร้านอาหารที่น่าสนใจก็ได้แก่ มีเซ็ตอาหารสำหรับครอบครัว เซ็ตทำอาหารให้ลูกค้าทำอาหารได้เองที่บ้าน ขายส่วนผสมของอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ปรุงเองตามใจชอบ และขายแพ็คเกจอาหารรายสัปดาห์หรือรายเดือน เป็นต้น 

เมื่อรู้จักปรับตัวและเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Flurona หรือโควิด-19 สายพันธุ์ไหน ก็ไม่ทำให้ยอดขายร้านทรุดหนักแน่นอน ทั้งนี้อย่าลืมวิเคราะห์เทรนด์ความต้องการของลูกค้าควบคู่กันไปด้วย อย่างของ Zaapi ก็มีฟีเจอร์รายงานสินค้าขายดี เพื่อช่วยวิเคราะห์เทรนด์สำหรับร้านอาหารด้วย ให้ร้านปรับตัวและเข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา

เปิดเว็บขายของออนไลน์ ฟรี!
คลิกที่นี่
รับข่าวสารและเทคนิคปั้นธุรกิจให้ปังจาก Zaapi
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.