Digital Marketing คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องปรับใช้ในปี 2022 นี้?

Published on
June 6, 2022

Digital Marketing คือเครื่องมือสำคัญมาก ๆ ในปี 2022 และการตลาดออนไลน์ไม่ใช่แค่การทำคอนเทนต์ มีอะไรอีกบ้าง? และต่อไปจะวางแผนนำมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างไร อ่านบล็อกนี้เลย

Digital Marketing

ต้องบอกว่า Digital Marketing เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจร้านค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้พ่อค่าแม่ค้ายุคใหม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างง่ายดาย แถมยังสะดวดและรวดเร็ว 

ดังนั้นถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำธุรกิจและกำลังมองหาลู่ทางการขายอยู่ล่ะก็ บอกเลยว่า Digital Marketing คือเครื่องมือสำคัญมาก ๆ ในปี 2022 นี้ และถ้ายังไม่แน่ใจว่า Digital Marketing คืออะไร ทำไมธุรกิจร้านค้าจึงต้องให้ความสำคัญ บทความนี้จะไขทุกข้อสงสัยให้กับคุณ

เปิดร้านค้าออนไลน์กับ Zaapi โหลดแอปฟรี ที่นี่เลย

Digital Marketing คืออะไร?

Digital Marketing คือ การตลาดออนไลน์ เป็นการทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิตอล เพื่อทำให้แบรนด์หรือร้านเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค ฯลฯ เป็นประจำ โดยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ว่านี้จะเป็นสื่อกลางในการแพร่กระจายแบรนด์หรือร้านให้เข้าถึงลูกค้าง่ายยิ่งขึ้น

ช่องทางไหนคือ Digital Marketing?

 การตลาดออนไลน์ Digital Marketing 2022
Photo by Caio from Pexels

การทำการตลาดทั่วไปหรือแบบออฟไลน์ที่เราคุ้นเคยกันดีจะมีทั้งหน้าหนังสือพิมพ์ ป้ายบิลบอร์ด และจดหมาย แต่สำหรับการทำการตลาด Digital Marketing แล้วจะทำบนช่องทางออนไลน์หรือโลกดิจิตอล ซึ่งมีหลายมีหลายช่องทางด้วยกันคือ

  1. เว็บไซต์

เว็บไซต์ คือสิ่งสำคัญของการทำ Digital Marketing โดยนักการตลาดและธุรกิจร้านค้าใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางในการทำแคมเปญการตลาดออนไลน์ ดังนั้นเว็บไซต์จึงควรจะนำเสนอทั้งตัวร้านหรือแบรนด์ สินค้า และบริการ นำเสนอให้ชัดเจนและน่าสนใจ และเว็บไซต์ก็ควรโหลดเร็ว ใช้งานง่าย และตอบสนองการใช้งานบนมือถือ

  1. Search Engine Optimization (SEO)

Search Engine Optimization (SEO) คืออีกหนึ่งวิธีการทำ Digital Marketing ที่มีเป้าหมายในการทำเว็บไซต์และบทความให้ขึ้นอันดับหนึ่งบนหน้าแสดงผลการค้นหาของ Search Engine หรือที่เราเรียกกันว่า Search Engine Result Page โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือโปรโมท แต่ต้องอาศัยคีย์เวิร์ด รวมถึงการปรับปรุงคอนเทนต์และเว็บไซต์ให้มีคุณภาพและง่ายต่อการค้นหา

  1. การทำโฆษณาแบบ Pay-Pay-Click (PPC)

Pay-Per-Click (PPC) คือการโฆษณาบนหน้าแสดงผลการค้นหาของ Search Engine เช่น Google, Yahoo และ Bing เป็นต้น ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณาของคุณบนหน้าแสดงผลการค้นหา (Search Engine Result Page) 

ข้อดีของการทำโฆษณาแบบ Pay-Per-Click คือตรงจุดและสามารถกำหนดแยกกลุ่มเป้าหมายได้ตามเพศ อายุ ทำเลที่อยู่ และความสนใจ

  1. Content Marketing 

Content Marketing คือการใช้คอนเทนต์สื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้คน โดยคอนเทนต์ที่ว่านี้รวมถึงแคปชั่นเฟสบุ๊ค, ไอจี, บล็อก และอีเมล รวมไปถึงสื่อต่าง ๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ และอินโฟกราฟิก เป็นต้น

โดยหัวใจของการทำ Content Marketing คือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน รู้แน่ชัดว่าทำคอนเทนต์ไปเพื่ออะไร เช่น ให้ความรู้ สร้างความบันเทิง ให้แรงบันดาลใจ ฯลฯ

  1. Social Media Marketing

Social Media Marketing หรือการทำการตลาดผ่าน Social Media เป็นการนำ Traffic มายังหน้าเพจหรือเว็บไซต์และสร้าง Brand Awareness โดยการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนออนไลน์ และช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการทำ Social Media Marketing ก็คือ เฟสบุ๊ค, ไอจี, ทวิตเตอร์, ยูทูป และ LinkedIn

  1. Email Marketing 

Email Marketing คือการทำการตลาดผ่านอีเมล ซึ่งทางร้านจะต้องมีอีเมลและข้อมูลการติดต่อลูกค้า เป็นการส่งสารสำคัญ เช่น โปรโมชั่นหรืออัพเดตใหม่ ๆ ไปยังลูกค้า ทั้งยังสามารถดึง Traffic ไปยังช่องทางอื่น ๆ ของร้านได้ด้วย เช่น กลุ่มเฟสบุ๊ค บล็อก และหน้าสินค้า


นอกจากนี้ยังมีช่องทางการทำ Digital Marketing อื่น ๆ อีกมากมายเช่นกัน อาทิ SMS Marketing, Affiliate Marketing, Facebook Ads และ Mobile Marketing เป็นต้น

ทำไมต้อง Digital Marketing?

ทำไมต้องทำการตลาดออนไลน์ Digital Marketing
Photo by fauxels from Pexels

คราวนี้มาถึงจุดสำคัญที่ว่า แล้วทำไมร้านค้าหรือธุรกิจต้องรับ Digital Marketing มาปรับใช้ในปี 2022 นี้?

นั่นก็เพราะว่า Digital Marketing ช่วยให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นมาก ทั้งยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกเพียบ คือ

  1. เข้าถึงลูกค้าได้ในหลายพื้นที่

เมื่อยิงโฆษณาออนไลน์ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเห็นโฆษณาของคุณ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ก็มีโอกาสเห็นโฆษณาด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีการจำกัดพื้นที่ Digital Marketing จึงช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้ในหลายพื้นที่ กว้างขึ้น และช่วยขยายธุรกิจให้โตได้ง่ายขึ้น

  1. คุ้มค่า

Digital Marketing ไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกัลการทำการตลาดทั่วไป เพราะค่าโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ ทีวี และค่าโฆษณาออฟไลน์อื่น ๆ มักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แถมยังควบคุมไม่ได้เต็มที่ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเห็นโฆษณาหรือไม่

แต่ด้วย Digital Marketing แล้ว คุณสามารถสร้างคอนเทนต์และดึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมายังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของร้านหรือแบรนด์ได้เลย คุณสามารถกำหนดส่งอีเมลไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างอัตโนมัติ ทั้งยังปรับเปลี่ยนคอนเทนต์ได้ตามต้องการ Digital Marketing จึงเป็นการทำการตลาดที่ทั้งคุ้มค่าและยืดหยุ่น

  1. วัดผลลัพธ์ได้

ถ้าอยากจะรู้ว่าแคมเปญการตลาดได้ผลหรือไม่ก็ต้องดูจำนวนลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาที่แพลตฟอร์มและยอดขายจากแคมเปญการตลาดนั้น ๆ ซึ่งคุณไม่สามารถวัดผลลัพธ์ที่ว่านี้ได้อย่างชัดเจนด้วยการทำการตลาดแบบออฟไลน์ แต่ในทางตรงกันข้าม Digital Marketing สามารถวัดผลลัพธ์ในการทำการตลาดได้อย่างง่ายดาย 

ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยวัดผลและติดตามเป้าหมายของแคมเปญได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเปิดอีเมล (Open Rate), Conversion, Traffic ไปยังหน้าสินค้า หรือหน้าโฮมเพจ เป็นต้น
  1. เชื่อมต่อกับลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น

ด้วย Digital Marketing แล้ว คุณจะสื่อสารและเชื่อมต่อกับลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบนช่องทาง Social Media ตัวอย่างเช่น เวลายิงแอดเฟสบุ๊คแล้วลูกค้าเห็นโพสต์และคอมเมนต์ ทางร้านก็จะโต้ตอบกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ร้านมีตัวตน น่าเชื่อถือ ทั้งยังสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ด้วย

และการโต้ตอบระหว่างร้านกับลูกค้าแบบนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสันพันธ์ที่ดีและ Loyalty ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว

  1. ขายง่ายและสะดวก

การทำการตลาด Digital Marketing ช่วยให้ลูกค้าลงมือทำได้ทันทีหลังจากพบเห็นโฆษณาหรือคอนเทนต์ของคุณ โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถคลิกลิงก์ บันทึกบล็อก และคลิกซื้อสินค้าได้ทันที หรือแม้แต่กลุ่มเป้าหมายบางคนที่ไม่ได้คลิกซื้อสินค้าทันที ทางร้านก็จะมีชุดข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่สนใจสินค้าและบริการ ช่วยให้ร้านมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนั้นและมีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้ในที่สุด

ในทางกลับกันถ้าเป็นการทำการตลาดแบบออฟไลน์ คุณจะไม่มีโอกาสเก็บข้อมูลและขายสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าที่เคยสนใจสินค้าและบริการได้ง่ายขนาดนี้ เพราะส่วนใหญ่เราก็จะทำได้แค่รอสายลูกค้าหรือรอลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าทีร้านเท่านั้น

  1.  สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์/ร้าน

หลายแบรดน์หรือร้านเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วยการทำ Digital Marketing เพราะปัจจุบันทุกคนมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ ยิ่งมีคนพบเห็นแบรนด์หรือร้านของคุณมากเท่าไหร่ แบรนด์หรือร้านของคุณก็จะเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เพียงแต่จะต้องมีตอนเทนต์ที่ตรงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเท่านั้น

เปิดร้านค้าออนไลน์กับ Zaapi โหลดแอปฟรี ที่นี่เลย

การวางแผนและปรับใช้ Digital Marketing ในร้าน

เห็นข้อดีของการทำ Digital Marketing แล้วอยากลองเริ่มทำให้ร้านหรือแบรนด์ของคุณแล้วใช่ไหมล่ะ ซึ่งก่อนลงมือทำเรามีเคล็ดลับเบื้องต้นมาแนะนำ ซึ่งก็คือ

  1. ระบุและแยกกลุ่มเป้าหมาย

ปัจจุบันลูกค้าต่างก็อยากได้ประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและพิเศษ ดังนั้นจึงต้องเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เช่น ปัญหา, อายุ, เพศ และทำเลที่อยู่ เป็นต้น เพื่อจะได้สร้างคอนเทนต์ได้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า

  1. ตั้งเป้าหมายและวางแผนกลยุทธ์

ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเพื่อตั้งเป้าหมายและวางแผนกลยุทธ์การขาย รวมถึงมีเกณฑ์การวัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น Reach, Impression, Engagement Rate และ Conversion เป็นต้น

  1. ศึกษาแพลตฟอร์มและช่องทาง

หากคุณเป็นมือใหม่ จะต้องทำความเข้าใจแพลตฟอร์มและช่องทางต่าง ๆ ที่จะทำการตลาด Digital Marketing เพื่อจะได้งานได้อย่างคล่องตัวและได้ประสิทธิภาพสูงสุด

  1. ปล่อยคอนเทนต์และปรับแต่งตามเหมาะสม

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาปล่อยคอนเทนต์ หลังจากปล่อยแล้วก็ให้ดูว่าคอนเทนต์ (หรือแคมเปญการตลาด) เป็นยังไง ได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ จากนั้นก็ปรับแต่งให้น่าสนใจและเหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแต่ละแคมเปญมากที่สุด

สรุป

ทำความรู้จักกับ Digital Marketing และเห็นความสำคัญในการทำธุรกิจกันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาลงมือทำ! ซึ่งคุณสามารถเริ่มได้จากแพลตฟอร์มที่ร้านหรือแบรนด์ใช้บ่อยมากที่สุด อาจจะเริ่มจาก Social Media Marketing เว็บไซต์ หรือ Email Marketing ก็ได้ และสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือ คุณต้องมีสาร (Message) และเป้าหมายของแคมเปญการตลาดแต่ละอันอย่างชัดเจน จะได้วัดผลง่ายและวางแผนปรับเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การขายต่อไป แล้วร้านของคุณจะปังในปี 2022 นี้แน่นอน!

ดาวน์โหลดแอป Zaapi ใช้ทุกฟีเจอร์ฟรี ที่นี่
Author:
ฟร๊องซ์ ธนัชชา
ยังโสดค่ะ
ปิดการขายแชท
และจัดการลูกค้า ในแอปเดียว