เปิดร้านคาร์แคร์ดีไหม เริ่มยังไงดีให้ประสบความสำเร็จ (ปี 2022)

Published on
October 17, 2022

อยากเปิดร้านคาร์แคร์ หรือร้านล้างรถ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ถึงเปิดแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่? ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณ!

คาร์แคร์ ล้างรถ

“อยากเปิดร้านคาร์แคร์ หรือร้านล้างรถ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ถึงเปิดแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่?” ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้ บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณ!

ธุรกิจคาร์แคร์เป็นธุรกิจที่มีมายาวนาน หากมือใหม่เช่นคุณอยากเปิดและกิจการรุ่งเรืองล่ะก็ บอกเลยว่ามีทางสำเร็จอยู่ไม่น้อยเลย ยิ่งถ้าคุณมีใจรักเรื่องการดูแลรถแล้วล่ะก็ ถึงเวลาเริ่มต้นเปิดร้านคาร์แคร์เล็ก ๆ เป็นของคุณแล้ว ส่วนจะต้องทำยังไงบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย!

1. ดูว่าทำร้านคาร์แคร์แบบไหนได้บ้าง

ร้านคาร์แคร์ หรือ ร้านล้างรถมีหลายประเภทมาก ซึ่งมีทั้งแบบบริการตัวเอง แบบอัตโนมัติ แบบครบวง และแบบแฟรนไชส์ ซึ่งแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันคือ

  • แบบบริการตัวเอง (Self-service) ร้านคาร์แคร์แบบนี้ ลูกค้ามักจะจ่ายค่าล้างรถราคาถูกและล้างรถด้วยตัวเอง ทางร้านแค่มีอุปกรณ์ให้ เช่น สายยาง, น้ำยาล้างรถ, ฟองน้ำ และผ้า เป็นต้น
  • แบบอัตโนมัติ ร้านจะที่ให้ลูกค้าขับเข้าไปสายพานลำเลียงหรือเครื่องยก แล้วก็จะมีเครื่องล้างให้
  • แบบครบวงจร เป็นการให้บริการล้างรถแบบฟูลเซอร์วิซ (Full Service) ล้างทั้งข้างในและข้างนอก อาจจะล้างด้วยเครื่องหรือใช้คนก็ได้ และมีบริการเสริมเข้ามาคือ ทำความสะอาดพรมในรถ ดูดฝุ่น และอื่น ๆ

ลองศึกษาโมเดลธุรกิจคาร์แคร์แต่ละแบบว่ามีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันยังไง ต้นทุนในการเปิดร้าน ค่าแรง และประสิทธิภาพ เช่น แบบบริการตัวเองก็จะต้นทุนต่ำ แต่กำไรก็น้อยเช่นกัน แถมยังใช้เวลาในการทำงานนานกว่า ส่วนการล้างรถแบบอัตโนมัติก็จะมีค่าแรงและค่าอุปกรณ์สูงกว่า แต่ก็สามารถล้างได้หลายคัน

เตรียมรับมือลูกค้าทักมาหลายช่องทาง ด้วยโปรแกรมรวมแชทจาก Zaapi

2. ตั้งชื่อร้าน

การตั้งชื่อร้านอาจจะฟังดูไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ในการคิดชื่อร้านควรตั้งชื่อง่าย ๆ สั้น ๆ กระชับได้ใจความ สะท้อนตัวตนของแบรนด์ จำง่าย และอธิบายถึงร้านของคุณได้ด้วยจะยิ่งดี แล้วชื่อร้านก็ต้องน่าสนใจด้วย จึงจะดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้สำเร็จ หรือไม่อย่างนั้นก็สามารถตั้งชื่อที่แปลกใหม่ได้ด้วย เพียงแต่ต้องฟังแล้วติดหูไปเลย ดังนั้นชื่อร้านจึงสำคัญมาก ควรเลือกให้ดีที่สุด ถ้าชื่อร้านไม่น่าสนใจ ก็จะทำให้เรียกลูกค้าเข้าร้านได้ยาก

3. มีแผนธุรกิจสำหรับร้านคาร์แคร์

เพื่อให้มั่นใจว่าเปิดร้านคาร์แคร์แล้วจะประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องมีแผนธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางกลยุทธ์ ปัจจัยเสี่ยง และแหล่งช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินทุนเพื่อขยายร้านในอนาคต แผนธุรกิจจะช่วยให้คุณเข้าใจธุรกิจคาร์แคร์ของคุณได้ดีขึ้นพร้อมกับหาจุดขายที่ต่างจากคู่แข่งได้ด้วย

และเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น นี่คือข้อมูลที่คุณต้องมีในแผนธุรกิจร้านคาร์แคร์ :-

  • บทสรุปโดยย่อ เป็นบทสรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับธุรกิจร้านล้างรถและเป็นแนวคร่าว ๆ ว่าทำไมร้านของคุณจึงจะประสบความสำเร็จ
  • คำอธิบายเกี่ยวกับบริษัท ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและอธิบายข้อได้เปรียบของธุรกิจคุณ
  • องค์กรและการจัดการ ธุรกิจของคุณจะมีการจัดโครงสร้างยังไง มีทีมไหนยังไงบ้าง
  • การวิเคราะห์การตลาด ใครเป็นลูกค้าและคู่แข่งของคาร์แคร์คุณ
  • แผนการเงิน มีการเขียนอธิบายเกี่ยวกับการเงิน รายละเอียดการใช้จ่าย และการวิเคราะห์
  • กลยุทธ์การตลาด จะเจาะกลุ่มลูกค้ายังไงและใช้วิธีไหนรักษาลูกค้าและเพิ่มยอดขาย

4. ดูงบในการลงทุน

งบในการทำร้านคาร์แคร์ก็ไม่ต่างจากการทำธุรกิจอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของร้าน เพราะต้องมีทั้งค่าพื้นที่ ค่าตกแต่ง ค่าอุปกรณ์ ค่าแรง และอื่น ๆ อีก แต่ถ้าจะเปิดร้านแบบครบวงจรจริง ๆ ต้องมีการติดตั้ง WiFi ให้ลูกค้าด้วย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเล่นเน็ตได้ระหว่างรอ เป็นการเรียกลูกค้าไปในตัว และทั้งหมดนี้รวม ๆ แล้วต้นทุนในการเปิดร้านคาร์แคร์จะเริ่มต้นที่ประมาณ 300,000 บาทขึ้นไป เมื่อระบุงบในการลงทุนได้แล้ว คุณก็จะวางแผนส่วนต่าง ๆ ต่อไปได้ง่าย

เพิ่มช่องทางโปรโมทร้านคาร์แคร์ออนไลน์ ด้วยเว็บไซต์ฟรี

5. เตรียมพร้อมกับค่าใช้จ่ายประจำ

ธุรกิจคาร์แคร์เป็นธุรกิจที่มีลูกค้าเข้ารับบริการในปริมาณเยอะ ครั้งละหลายคัน ซึ่งก็ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ หมดเร็วและมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเป็นประจำ ด้งนั้นคุณจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมอุปกรณ์และมีค่าใช้จ่ายสำรองค่าต่างๆ ที่ต้องจ่ายเป็นประจำด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ก็ได้แก่

  • ค่าน้ำ
  • น้ำยาล้างรถ
  • ซัพพลาย
  • ค่าซ่อมหรือบำรุงอุปกรณ์
  • ค่าน้ำค่าไฟ
  • ค่าเช่า
  • ค่าสต๊อกสินค้า
  • ค่าจ้างพนักงาน
  • งบค่าโฆษณาและการตลาด

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณแพลนรายจ่ายประจำเดือนและรายจ่ายอื่น ๆ ที่คุณต้องเสียเงินอยู่ซ้ำ ๆ จะช่วยให้วางแผนการใช้เงินและสำรองเงินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ต้องตกใจเวลาของจะหมด เพราะเมื่อมีการวางแผนที่ดี ก็จะหายห่วงเรื่องนี้ไปได้อีกหนึ่งเปราะ

6. ทำเลต้องดี

ควรเลือกเปิดร้านล้างรถในพื้นที่ที่มีคนสัญจรไปมาและเดินทางสะดวก นอกจากนี้ถ้ามีร้านกาแฟ ตลาด หรือใกล้ ๆ ห้าง จะได้มีลูกค้าเข้ามาเยอะ ๆ แล้วก็มีที่ให้ลูกค้ารอด้วย เมื่อมีบริการที่ตอบโจทย์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าแล้ว ลูกค้าก็จะมาใช้บริการที่ร้านคาร์แคร์ไม่ขาดสายเลยล่ะ เท่านี้ก็จะคืนทุนได้ไม่ยากแล้ว 

7. คัดเลือกพนักงาน

พนักงานคือหัวใจสำคัญในการเปิดร้านคาร์แคร์ เพราะพนักงานคือคนที่พบปะพูดคุยและให้บริการลูกค้าโดยตรง ดังนั้นคุณจึงต้องพิถีพิถันในการรับสมัครพนักงานให้มากนิดหน่อย ควรเลือกพนักงานที่มีใจรักในการทำงานและรักในการบริการ เมื่อคัดเลือกเข้ามาแล้วก็ต้องมีการเทรนงานจนมั่นใจว่าพนักงานพร้อมให้บริการจริง ๆ แค่นี้ร้านคาร์แคร์ของคุณก็จะมีมืออาชีพที่เก่งทั้งงานและการบริการลูกค้าแล้ว

8. เน้นการบริการ

นอกจากผลงานการล้างรถและให้บริการคาร์แคร์แล้ว ทางร้านจะต้องให้ความสำคัญกับการบริการที่น่าประทับใจด้วย ซึ่งการบริการที่น่าประทับใจก็มีทั้งการพูดจาทักทาย ความสุภาพอ่อนน้อม เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการร้านคาร์แคร์ของคุณซ้ำ ๆ และบอกต่อคนรู้จักให้มาใช้บริการที่ร้านของคุณด้วย เป็นการทำการตลาดแบบปากต่อปากไปในตัวแบบฟรี ๆ เท่านี้ก็เป็นการเพิ่มยอดขายไปในตัวแล้ว บอกได้เลยว่าเพิ่มได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวเลยล่ะ

9. โปรโมทร้าน

เมื่อมีร้านแล้วก็ต้องทำการตลาดโปรโมทร้านให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย เจาะกลุ่มให้ครบทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สามารถทำได้ทั้งบอกปากต่อปาก ทำป้ายประกาศ โปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย หรือจะโปรโมทเรียกลูกค้าเข้าร้านด้วยโปรโมชั่นก็ถือเป็นไอเดียที่ดีเลยทีเดียว จะมอบเป็นส่วนลด แถมผลิตภัณฑ์ฟรี หรือแจกเวาเชอร์และของสมนาคุณก็ได้ แค่นี้ก็จะเรียกลูกค้าเข้าร้านคาร์แคร์ใหม่ของคุณได้ง่ายขึ้นแล้ว

10. ขายสินค้าอื่นเสริม

เปิดร้านคาร์แคร์ทั้งทีก็ต้องมีสินค้าอื่นขายเสริมด้วย เช่น น้ำยาล้างรถ, ผ้าเช็ดรถ, น้ำยาเคลือบเงาเบาะ ฯลฯ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับร้าน แนะนำให้ขายสินค้าทั้งในร้านและขยายช่องทางไปขายออนไลน์ด้วยเพื่อเข้าถึงลูกค้าในวงที่กว้างขึ้น นอกจากจะขายสินค้าได้แล้ว ยังขายเวาเชอร์หรือแพ็คเกจล้างรถ เคลือบเงารถ และอื่น ๆ เพื่อเรียกลูกค้าใหม่ ๆ เข้าร้านได้ด้วย วิธีนี้นอกจากจะเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้แล้ว ยังอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดีด้วย

ขายสินค้าคาร์แคร์ออนไลน์ ฟรี

สรุป

ธุรกิจร้านคาร์แคร์ถือเป็นธุรกิจที่น่าสนใจและสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเกินไป เพียงนำทั้ง 10 เทคนิคไปใช้ก็จะเริ่มต้นเปิดร้านคาร์แคร์เป็นของคุณเองได้ไม่ยาก ถ้าอยากมั่นใจยิ่งขึ้นก็สามารถสอบถามผู้รู้และปรึกษาผู้ที่เคยมีประสบการณ์การทำธุรกิจแนวนี้ดูได้ แล้วคุณจะก้าวไปในเส้นทางเจ้าของร้านคาร์แคร์ได้สบายใจยิ่งขึ้น ยังไงไปลองแล้วมาแชร์กับเราได้เลยว่าเป็นยังไงกันบ้าง

Author:
ฟร๊องซ์ ธนัชชา
ยังโสดค่ะ
ปิดการขายแชท
และจัดการลูกค้า ในแอปเดียว