10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ปี 2022 ทำได้ ยอดขายถล่มทลายชัวร์!

Published on
June 6, 2022

10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ในปี 2022 บอกหมดทุกเคล็ดลับสำหรับนำไปปรับใช้ให้เข้ากับร้าน รับรองว่า ยอดขายคุณในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป จะถล่มทลายจนแพ็คของไม่ทันแน่นอน!

เพิ่มยอดขายออนไลน์

การเพิ่มยอดขายคือหัวใจของความสำเร็จธุรกิจ ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะมาพูดถึงการเพิ่มยอดขายอออนไลน์เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุคโควิด-19 ที่พ่อค้าแม่ค้าทุกคนต้องให้ความสำคัญกับการขายของออนไลน์ เพื่อจะได้ตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด

และนี่คือ 10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ในปี 2022 ที่จะช่วยให้ยอดขายคุณถล่มทลายมากยิ่งขึ้น!

1. ทำความเข้าใจลูกค้า

สำหรับการขายของออนไลน์แล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความต้องการของลูกค้าของคุณ เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องเริ่มจากทำความเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อจะได้ผลิตสินค้า บริการ รวมถึงทำแคมเปญการตลาดได้อย่างสอดคล้องและตรงจุด

เหตุผลก็คือ เมื่อขายของออนไลน์แล้ว คุณจะไม่มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับลูกค้าได้ง่ายเหมือนการขายของหน้าร้าน ดังนั้นการมีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม 

อย่าง Zaapi นอกจากจะให้คุณมีร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเองได้ฟรีแล้ว ตัวระบบหลังบ้านยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยทำความเข้าใจลูกค้าออนไลน์ของคุณด้วย

2. หาจุดขายของร้าน

ร้านของคุณต้องมีความแตกต่าง เช่น มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ มีการออกแบบสินค้าเฉพาะฤดูกาล และสินค้างานแฮนด์เมด เป็นต้น ให้ใช้จุดเด่นของร้านเป็นจุดขายและร้อยเรียงเรื่องราวบอกเล่นผ่าน Social Media และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของร้าน

ตัวอย่างแบรนด์ที่น่าสนใจของข้อนี้ก็คือแบรนด์เครื่องสำอาง Rare Beauty ของ Selena Gomez ที่มีการนำรายได้ไปช่วยเหลือในด้านของสุขภาพจิต (Mental Health) ทั้งยังรณรงค์ให้ทุกคนสวยในแบบฉบับของตัวเองด้วย แถมคุณภาพสินค้าก็ดีและราคาเข้าถึงง่าย เลยทำให้แบรนด์ Rre Beauty ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในไทยและต่างประเทศ

เมื่อร้านคุณมีสิ่งที่โดดเด่นและมีเรื่องราวน่าสนใจที่แตกต่างจากคู่แข่งแบบนี้แล้ว ลูกค้าก็จะมีเหตุผลกลับมาอุดหนุนร้านของคุณอีกครั้ง

ดาวน์โหลดแอป Zaapi ไว้เปิดร้านขายของออนไลน์ ฟรี!

3. มอบประสบการณ์ที่ลื่นไหลและดีที่สุด

แน่นอนว่าในการช้อปปิ้งออนไลน์ ลูกค้าต้องอยากได้ความสะดวกรวดเร็วกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเว็บออนไลน์ของคุณจึงควรมอบประสบการณ์ที่ลื่นไหลและสะดวกสบายที่สุดให้กับลูกค้า คือมีช่องการค้าหา มีการจัดหมวดหมู่สินค้า จัดแสดงสินค้ามาใหม่ สินค้ายอดนิยม และสินค้าโปรโมชั่น เป็นต้น

ถ้าหากลูกค้าเข้ามาดูหน้าเว็บแล้วได้ประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็จะไม่เกิดการซื้อขาย ทำให้ร้านของคุณพลาดโอกาสในการขายได้ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์หน้าเว็บของลูกค้าเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยเช่นกัน

4. โฟกัสที่การบริการ (Customer Service)

แม้สินค้าของคุณจะดีแค่ไหน แต่ถ้าการบริการแย่ ลูกค้าก็ไม่ซื้อสินค้าและไม่เกิดการซื้อซ้ำเป็นแน่ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ คุณควรใส่ใจในเรื่องของการบริการออนไลน์ให้มากด้วย 

สิ่งที่จะช่วยได้มากที่สุดในข้อนี้ก็คือ ร้านต้องมีข้อมูลการติดต่อที่เข้าถึงง่ายและสะดวกรวดเร็ว เช่น ไลฟ์แชท, เบอร์โทร, ไลน์, Facebook และไอจีร้าน เป็นต้น แล้วก็ต้องมีหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อให้ลูกค้าหาข้อมูลด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้นด้วย

และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อลูกค้าติดต่อมาแล้ว ควรตอบกลับให้เร็วที่สุดและใช้โอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเพื่อก่อให้เกิดความประทับใจและผลดีต่อร้านในระยะยาว

5. ใช้คอนเทนต์เป็นสื่อ

เมื่อมีข้อสงสัยหรือคำถาม หลายคนมักจจะเสิร์ชหาคำตอบออนไลน์ใน Google, Bing หรือ Search Engine อื่น ๆ เมื่อคุณมีคอนเทนต์ออนไลน์ เช่น บล็อก หรือหน้าเว็บต่าง ๆ ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและตอบคำถามเหล่านั้นได้ เว็บไซต์ของคุณก็มีโอกาสปรากฏในหน้าของผลการค้นหา ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการทำ SEO

ดังนั้นแทนที่จะเขียนเกี่ยวกับสินค้า ปัญหาทั่วไป หรือวิธีใช้งานสินค้า ก็ให้ลองเปลี่ยนมาเป็นอะไรที่สนุก ๆ และเกี่ยวข้อง เช่นถ้าร้านขายของเล่นสุนัข ก็ควรเขียนคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมที่คุณสามารถเล่นกับน้องหมาได้ หรือวิธีช่วยลดความเครียดของน้องหมา เป็นต้น แต่แน่นอนว่า คุณจำเป็นต้องมีคอนเทนต์ออกมาอย่างสม่ำเสมอด้วย

เพิ่มยอดขายออนไลน์ ด้วย Zaapi คลิก

6. เลือกแพลตฟอร์มที่จัดการง่าย

แอป Zaapi คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คุณมีร้านค้าอีคอมเมิร์ซได้อย่างง่ายดายและไม่ยุ่งยาก แถมยังมีระบบหลังบ้านที่ช่วยให้การจัดการต่าง ๆ ง่ายขึ้นด้วย การขายของออนไลน์ของคุณจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกต่อไป

นอกจากนี้ตัวแอพยังช่วยให้คุณออกแบบร้านค้าออนไลน์ได้ตามที่คุณต้องการ คุณจึงมั่นใจได้ว่าลูกค้าจะช้อปออนไลน์ที่ร้านของคุณได้อย่างไรอุปสรรค

เมื่อคุณได้แพลตฟอร์มดี ๆ ในการขายของออนไลน์เช่นนี้แล้ว คุณก็จะหมดเรื่องปวดหัวไปหนึ่งอย่างและมีเวลาไปโฟกัสกับการขยายธุรกิจมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากจะเลือกแพลตฟอร์มทั้งที ก็ต้องเลือกอันที่ช่วยให้ชีวิตพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เช่นคุณง่ายขึ้น

7. โชว์รีวิวบนหน้าสินค้า

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้สินค้าน่าซื้อยิ่งขึ้นก็คือ รีวิวจากผู้ใช้งานจริง ฟังดูอาจจะน่ากลัวใช่ไหม? เพราะยังไงก็มีรีวิวลบ ๆ จากลูกค้าแน่นอน แต่บอกเลยว่าถ้าร้านรับมือได้อย่างถูกต้อง เช่น รับมือกับลูกค้าและเสนอวิธีแก้ปัญหา ก็จะไม่เป็นปัญหาแน่นอน เพียงแต่ทางร้านต้องนำความเห็นของลูกค้าไปปรับปรุงและพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

และตามมาตรฐานทั่วไป ควรมีฟีเจอร์หน้าเว็บให้ลูกค้ารึวิวได้ทั้งในรูปแบบของการให้ดาว แสดงความคิดเห็น และการแนบภาพกับวิดีโอด้วย ซึ่งแพลตฟอร์มที่เป็นตัวอย่างดี ๆ ของข้อนี้ก็คือ Amazon, Lazada และ Shopee

8. รูปและวิดีโอสินค้าต้องชัดเท่านั้น

รูปและวิดีโอสำคัญต่อการซื้อขายของออนไลน์มาก ๆ ร้านควรใช้รูปกับวิดีโอที่คมชัดระดับ HD เท่านั้นเพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้าชัดเจน นำเสนอแต่ละมุมของสินค้าให้ครบถ้วน โทนสีภาพต้องเป็นธรรมชาติและดูเสมือนจริงมากที่สุด 

ถ้ารูปและวิดีโอไม่ตรงปก ลูกค้าก็อาจจะไม่พอใจได้ ส่งผลให้เกิดรีวิวลบ ๆ และคุณก็จะอาจจะเสียลูกค้ารายนั้นไปแบบถาวรเลยก็เป็นได้ 

แล้วแต่ละสินค้าต้องมีภาพกับวิดีโอกี่อันถึงจะถือว่าเหมาะสม?

ตามหลักการช้อปปิ้งทั่วไปแล้ว ร้านควรมีสัก 4 ภาพพร้อมวิดีโอสัก 1 คลิป เท่านี้ก็นำเสนอสินค้าได้และเพิ่มโอกาสในการขายแล้ว

9. ใช้ Social Media เข้าช่วย

อย่าลืมแชร์คอนเทนต์ที่น่าสนใจลงบน Social Media บ่อย ๆ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณจะได้รู้จักแบรนด์ แล้วคุณก็ยังสามารถลูกค้าสร้างความภักดี (Loyalty) กับลูกค้าปัจจุบันได้ผ่าน Social Media ของร้านได้ด้วย

ที่สำคัญ Hootsuite แพลตฟอร์มการจัดการ Social Media ชื่อดังก็พบว่าการค้นพบแบรนด์ (Brand Discovery) กว่า 52% เกิดขึ้นบนหน้าฟีดสาธารณะของ Social Media 

นอกจากนี้กว่า 92% ของผู้ใช้งานไอจียังกดติดตามแบรนด์ คลิกไปยังเว็บไซต์ และซื้อสินค้าหลังจากเห็นร้านบนแพลตฟอร์มด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมโพสต์เว็บไซต์ของร้านหรือหน้าอื่น ๆ ที่ต้องการโปรโมทลงใน Social Media ของร้านคุณด้วย

เปิดร้านขายของบน Zaapi แล้วแชร์ร้านไปบนโซเชียลมีเดีย

10. Cross-sell และ Upsell

Cross-sell คือการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหลัก ส่วน Upsell คือการเน้นขายสินค้าที่มีราคาสูงกว่าอีกชิ้นในกลุ่มเดียวกัน โดยทั้ง 2 อย่างนี้คือกลยุทธ์เพิ่มยอดขายออนไลน์และออฟไลน์ที่ใช้กันมาอย่างอย่าวนาน

ดังนั้นหากอยากเพิ่มยอดขาย ร้านควรแสดงสินค้าที่ต้องการ Cross-sell และ Upsell ในหน้าสินค้าที่ลูกค้ากำลังดูและหน้าก่อนยืนยันการจ่ายเงิน

สรุป

วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ที่เรานำมาฝากถือว่าเป็นวิธีที่ทำตามกันได้ง่ายแล้วก็ได้ผลจริง ซึ่งถ้าทำตามได้ครบทุกอันแล้ว รับรองยอดขายร้านถล่มทลายในปี 2022 นี้แน่นอน หากได้ผลยังไง อย่าลืมแวะมาแชร์กับเราที่คอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะคะ หวังว่าปี 2022 นี้จะเป็นปีทองของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนค่ะ

ทั้งนี้หากกำลังมองหาแพลตฟอร์มเปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี สามารถเปิดได้กับ Zaapi เลยวันนี้ รับรองได้ร้านค้าออนไลน์ตามที่ต้องการแน่นอน!

Author:
ฟร๊องซ์ ธนัชชา
ยังโสดค่ะ
ปิดการขายแชท
และจัดการลูกค้า ในแอปเดียว