12 กลยุทธ์ TikTok Marketing ทำการตลาดให้โดดเด่นและน่าจดจำ

Published on
June 6, 2022

ยุคนี้ใคร ๆ ก็ต้องตามเทรนด์ของแพลตฟอร์มวิดีโอสุดฮิตอย่าง Tiktok แต่หลายคนก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง หรือมีฟีเจอร์อะไรบ้าง อ่านกลยุทธ์การทำการตลาดผ่าน Tiktok แล้วทำตามได้เลย!

TikTok Marketing หรือการทำการตลาดบน TikTok คือสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าในยุคนี้ไม่ควรมองข้าม เนื่องจาก TikTok คือแพลตฟอร์มวิดีโอที่โตเร็วมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แถมแต่ละวิดีโอที่ขึ้นเทรนด์ของแพลตฟอร์มก็มียอดวิวสูงเป็นหลักล้าน 

นั่นหมายความว่ายิ่งมีคนเห็นวิดีโอของธุรกิจคุณมากเท่าไหร่ โอกาสในการทำเงินของคุณก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ายุคใหม่เช่นคุณปรับตัวเข้ากับเทรนด์นี้ได้ดียิ่งขึ้น เราก็มี 12 กลยุทธ์ในการทำ TikTok Marketing ที่จะช่วยให้ร้านหรือแบรนด์ของคุณโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำมาบอกต่อดังนี้ :-

1. ทำความคุ้นเคยกับ TikTok 

ตามกระแส Tiktok
Tiktok @zaapithailand

แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มทำการตลาดบน TikTok คุณจะต้องรู้จักและเข้าใจตัวแพลตฟอร์มในระดับหนึ่ง เพราะ TikTok Marketing ค่อนข้างแตกต่างจากการทำ Social Media Marketing อื่น ๆ อย่าง Facebook และ Instagram เนื่องจาก TikTok มีเทรนด์ ฟีเจอร์ และพฤติกรรมผู้ใช้งานที่เฉพาะเจาะจง

ดังนั้นลองใช้เวลาในการสังเกตตัวแพลตฟอร์ม โดยเริ่มจาก

  • ศึกษาวิธีการใช้งาน 
  • ดูว่ามีฟีเจอร์อะไรบ้าง
  • ดูรูปแบบและประเภทวิดีโอที่เป็นที่นิยม
  • ติดตามมีเพลงที่กำลังเป็นกระแส
  • แฮชแท็กที่แต่ละร้านหรือแบรนด์ใช้กัน
  • ศึกษาหลักการจัดอันดับและการแสดงผลวิดีโอ (TikTok Algorithm)

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนคอนเทนต์ แฮชแท็ก และกลยุทธ์สร้าง Engagement ให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

2. ระบุลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

คำถามง่าย ๆ “ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการให้พบเห็นสินค้าและบริการของคุณบนแพลตฟอร์ม TikTok คือใคร?”

ถ้าตอบได้ ทุกอย่างก็จะง่ายมากขึ้นหลายเท่าตัว เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มสร้างคอนเทนต์ให้ศึกษากลุ่มผู้ใช้งานที่อาจสนใจในร้านหรือแบรนด์ของคุณ

โดยทั่วไปแล้ว กลุ่มผู้ใช้งาน TikTok ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอายุ 18-24 ปี ตามมาด้วยกลุ่ม 13-17 ปี และ 25-34 ปี แต่ก็อย่าลืมศึกษาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใน Social Media แพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย จะได้เปรียบเทียบและดูว่ามีกลุ่มไหนที่คุณสามารถเข้าถึงใน TikTok ได้บ้าง

หลังจากที่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใครแล้ว ก็เริ่มศึกษารูปแบบและประเภทคอนเทนต์ที่กลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะชอบและมีส่วนร่วม จากนั้นก็เริ่มวางแผนคิดคอนเทนต์ได้เลย

3. ศึกษาคู่แข่งของคุณ

คู่แข่งของคุณก็อยู่บน TikTok ใช่ไหม? ถ้าใช่ แล้วคุณยังไม่มีบัญชีผู้ใช้งาน คุณก็อาจจะกำลังพลาดโอกาสดี ๆ อยู่เป็นแน่ แต่ถ้าคู่แข่งยังบนแพลตฟอร์มยังไม่เยอะ บอกเลยว่ามีโอกาสที่ร้านของคุณจะเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นแน่นอน

ลองศึกษาคู่แข่งสัก 3-5 รายและดูว่าพวกเขาทำคอนเทนต์แนวไหนและมีวิธีการเข้าถึงลูกค้ายังไง ดูว่าแนวไหนได้ผลบ้าง จากนั้นก็ค่อย ๆ ปรับใช้กับร้านของคุณ 

ลองลิสต์ออกมาเลยว่าคู่แข่งแต่ละรายมีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง แล้วมีโอกาสอะไรบ้างสำหรับร้านของคุณ ถ้าทำตามนี้รับรองว่าคุณจะได้คอนเทนต์ที่แตกต่าง พร้อมเพิ่มผู้ติดตามให้ร้านและดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นแน่นอน

4. ตั้งเป้าหมายให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ

แม้ว่า TikTok เหมือนจะเป็นแพลตฟอร์มที่ดูเหมือนเน้นความสนุกสนาน แต่ก็ไม่ควรทำคอนเทนต์โดยที่ไม่มีเป้าหมาย ให้พยายามออกแบบคอนเทนต์และเป้าหมายของแพลตฟอร์มให้ไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายของธุรกิจคุณด้วย

ไม่ว่าจะวางแผนการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ สร้าง Brand Awareness หรือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่าน Engagement Rate ก็ควรตั้งเป้าหมายให้สมเหตุสมผลและสามารถทำได้จริง คือไม่ควรตั้งให้ง่ายหรือยากมากเกินไป

โชคดีที่ TikTok มีฟีเจอร์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกให้คุณได้ดูข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจในการวางแผนคอนเทนต์ให้ถูกใจผู้ติดตามและตั้งเป้าหมายเป็นลำดับถัดไป

5. โพสต์อย่างสม่ำเสมอ

โพสต์ Tiktok อย่างสม่ำเสมอ
Tiktok @zaapithailand

TikTok Marketing ก็เหมือนกับการทำการตลาด Social Media Marketing แพลตฟอร์มอื่น ๆ คือต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ควรมีตารางการโพสต์วิดีโอคอนเทนต์ให้ชัดเจน ถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็เหมือนปฏิทินอีเวนต์ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ แค่เปลี่ยนจากอีเวนต์ของเราให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่จะโพสต์แทน

ให้กำหนดเลยว่าจะโพสต์อาทิตย์ละกี่ครั้ง จากนั้นก็ทำเป็นประจำ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าอยู่เสมอ แค่ทำตามนี้ร้านคุณก็จะเพิ่มผู้ติดตามได้แน่นอน

6. ติดตามผลลัพธ์

ข้อมูลเชิงลึกคือเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาด TikTok เพราะมีข้อมูลจำเป็นทั้งหมด เช่น ยอดวิววิดีโอ จำนวนผู้ติดตาม ที่อยู่ของผู้ติดตามหรือกลุ่มเป้าหมายที่มีส่วนร่วมกับร้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยชี้วัดว่ากลยุทธ์ในการทำคอนเทนต์ของคุณได้ผลหรือไม่และควรปรับปรุงไปในรูปแบบไหนเพื่อให้สอดคล้องกับผู้ติดตามมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรเช็คข้อมูลเชิงลึกเดือนละครั้ง

7. ทดลองอะไรใหม่ ๆ 

สำหรับคอนเทนต์บน TikTok แล้ว ไม่มีกฏเกณฑ์อะไรตายตัว เพราะตัวแพลตฟอร์มจะมีเทรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นประจำ ดังนั้นทางร้านควรทดลองอะไรใหม่ ๆ และทำคอนเทนต์ตามเทรนด์เพื่อเพิ่มการมองเห็นและสร้าง Brand Awareness ไปพร้อม ๆ กัน

ถ้าทดลองแล้วไม่ได้ผล ก็ให้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและคิดแผนคอนเทนต์ใหม่ ไม่ควรจมอยู่กับความผิดหวังนาน ๆ 

นอกจากนี้ควรมีคอนเทนต์ของร้านควรมีความสร้างสรรค์ สนุก และแตกต่างด้วย ที่สำคัญต้องตามกระแสจึงจะประสบความสำเร็จในการทำ TikTok Marketing

8. ใช้แฮชแท็ก

แฮชแท็กช่วยร้านและแบรนด์ต่าง ๆ ได้มากในการทำการตลาด TikTok โดยเฉพาะแฮชแท็กที่ติดเทรนด์ จะช่วยให้วิดีโอของร้านติดหน้าค้นหามากขึ้น จึงช่วยเพิ่มยอดวิวไปในตัว คุณจึงควรให้ความสำคัญกับการใช้คีย์เวิร์ดให้มาก ๆ ในการทำคอนเทนต์วิดีโอบนแพลตฟอร์มนี้

มีหลายร้านและแบรนด์ชอบใส่แฮชแท็กอินเทรนด์ในแคปชั่น ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่จำเป็นเสมอไปโดยเฉพาะในแง่ของการทำการตลาด แต่ควรเลือกใส่แฮชแท็กที่ต้องการเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่าย ๆ โดยการศึกษาวิดีโอต่าง ๆ ที่ใช้แฮชแท็กเดียวกัน จากนั้นก็ให้สังเกตยอดวิวและเทรนด์ของแฮชแท็ก จากนั้นก็ดูว่าสามารถปรับใช้อะไรให้แตกต่างสำหรับแบรนด์หรือร้านของคุณได้บ้าง

9. ใช้อินฟลูเอ็นเซอร์ในการทำการตลาด

อีกหนึ่งเทคนิค TikTok Marketing ที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือ การใช้อินฟลูเอ็นเซอร์เป็นตัวกลางโปรโมทสินค้าและบริการของร้าน ทั้งนี้ก็ต้องเลือกอินฟลูเอ็นเซอร์ให้เหมาะกับแบรนด์ของคุณด้วย จะได้สื่อกับผู้ติดตามและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น และก่อให้เกิดการซื้อขายได้ในที่สุด 

ตัวอย่าง ถ้าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางก็ต้องใช้บิวตี้บล็อกเกอร์หรือช่างแต่งหน้า ถ้าเป็นแบรนด์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย แน่นอนว่าก็ต้องใช้อินฟลูอินเซอร์สายเฮลตี้ หรือถ้าเป็นร้านอาหารก็สมารถใช้อินฟลูเอ็นเซอร์ทั่วไปได้ เป็นต้น

10. ใช้เอฟเฟ็กต์สร้างคอนเทนต์

ใช้เอฟเฟ็กต์สร้างคอนเทนต์
Tiktok @zaapithailand

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ TikTok ต่างจาก Social Media อื่น ๆ ก็คือ เราสามารถสร้างวิดีโอคอนเทนต์ได้จากเอฟเฟ็กต์ ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าเอฟเฟ็กต์ไม่น่าจะช่วยอะไรได้เยอะในเรื่องของการทำการตลาด แต่บอกเลยว่าตัวเอฟเฟ็กต์ช่วยเพิ่มยอดวิววิดีโอได้ดีมาก ๆ 

ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นลูกค้าแล้วเห็นวิดีโอพร้อมเอฟเฟ็กต์เจ๋ง ๆ ก็คงอยากจะคลิกดูใช่ไหม เพราะฉะนั้นต้องใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้เพิ่มยอดวิวให้กับวิดีโอของคุณ ทั้งนี้เมื่อเลือกเอฟเฟ็กต์ได้แล้ว ก็ต้องใช้ภาพปกให้ดึงดูดและน่าสนใจด้วย

11. เน้นความสนุกสนานและความตลก

ความสนุกสนานและความตลกคือสิ่งที่ทำให้ผู้ติดตามของคุณมีความสุขและมีเสียงหัวเราะไปพร้อม ๆ ดังนั้นนี่จึงเป็นเหมือนกลยุทธ์สำคัญของการทำคอนเทนต์บน TikTok 

ข้อดีคือแม้ว่าวิดีโอจะเป็นของร้านหรือแบรนด์ แต่ถ้าน่าสนใจพอประกอบกับมีเรื่องเล่าเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย ผู้คนก็จะดูวิดีโอนั้นจนจบแน่นอน

ถ้าอยากเพิ่มยอดวิวให้มากขึ้นไปอีก ควรสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องและเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มผู้ติดตามและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย แค่นี้ก็จะได้คอนเทนต์ที่สนุก ๆ และช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักไปพร้อม ๆ กันแล้ว

12. มีส่วนร่วมและโต้ตอบกับผู้ติดตาม

ใช้เวลาในการโต้ตอบและมีส่วนร่วมกับคอมเมนต์ของผู้ติดตาม เพื่อให้พวกเขารู้สึกสำคัญและเห็นว่าทางร้านไม่ได้เพิกเฉยแล้วก็น้อมรับทุกคำติชม หรือถ้าช่วงแรกของการทำคอนเทนต์ไม่มีคอมเมนต์เยอะก็สามารถลองเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ช่วยได้

  • กดติดตามผู้ใช้งานอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มคนดัง อินฟลูเอ็นเซอร์ ดารา หรือกลุ่มคนที่มีชื่อเสียง
  • คอมเมนต์บนวิดีโอของผู้ใช้งานอื่น ๆ 
  • ไลค์วิดีโอของผู้ใช้งานอื่น ๆ 
  • สร้างเทรนด์หรือสร้างคอนเทนต์ที่อินเทรนด์ไปกับกระแส
  • แท็กผู้ใช้งานในคอมเมนต์เพื่อโต้ตอบหรือสนทนา

สรุป

และทั้งหมดนี้ก็คือกลยุทธ์ในการทำ TikTok Marketing ที่จะช่วยยกระดับร้านของคุณให้น่าดึงดูดและเป็นที่น่าจดจำในกลุ่มผู้ติดตาม แถมยังช่วยเพิ่มผู้ติดตามใหม่ ๆ และเพิ่มยอดขายให้กับทางร้านได้ด้วย หากมีเคล็ดลับดี ๆ เพิ่มเติมสามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

Author:
ฟร๊องซ์ ธนัชชา
ยังโสดค่ะ
สร้างเว็บขายของออนไลน์ฟรี ให้ Zaapi ดูแลคุณ
ขายของกินออนไลน์ ขายอาหารออนไลน์