E-commerce คืออะไร? รู้จักธุรกิจยุคใหม่ที่พร้อมทำเงินในปี 2022

Published on
March 29, 2022

อยากเป็นนักธุรกิจยุคใหม่ ยังไงก็ต้องรู้จัก E-commerce หรือ อีคอมเมิร์ซ เพราะนอกจากจะช่วยให้ขายของออนไลน์ได้สะดวกแล้ว ยังเพิ่มรายได้ให้ร้านแบบ 24 ชั่วโมง!

E-Commerce

E-commerce หรือ อีคอมเมิร์ซ เป็นเทรนด์ธุรกิจที่มาแรงมาก ๆ ในช่วงปีหลัง ๆ เพราะนอกจากจะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ยังเพิ่มรายได้ให้ร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าแม้จะปิดร้านไปแล้ว ก็ยังมียอดขายเข้ามาตลอดเวลาได้แบบสบาย ๆ วันนี้เราเลยจะพามาเจาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซกันให้ลึกยิ่งขึ้น

เปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์ สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบฟรี ๆ คลิกที่นี่!

E-commerce (อีคอมเมิร์ซ) คืออะไร?

E-commerce หรือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ย่อมาจาก Electronic Commerce เป็นการค้าขายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เน็ต โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ อินเตอร์เน็ต

ข้อดีของการค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ตคือ สามารถขายได้ผ่านสื่อตัวกลางหลากหลายรูปแบบทั้งข้อความ ภาพ และวิดีโอ โดยเหตุผลหลัก ๆ ที่อีคอมเมิร์ซเป็นที่นิยมมากในปัจจุบันและทุกร้านค้าต้องปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซขายของออนไลน์ก็คือ ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น และชาวไทยของเราก็ใช้อินเตอร์เน็ตสูงถึง 77.8% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรโลก อีคอมเมิร์ซจึงเป็นเหมือนแหล่งขุมทรัพย์ของธุรกิจออนไลน์นั่นเอง

E-commerce มีกี่ประเภท?

โดยทั่วไปแล้วธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. ธุรกิจที่ขายสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคโดยตรง (B2C: Business to Consumer) เป็นการขายปลีกสินค้าให้กับลูกค้า เช่น ร้านขายเครื่องสำอาง, กระเป๋า, เสื้อผ้า, รองเท้า ฯลฯ
  2. ธุรกิจที่ขายสินค้าและบริการให้ธุรกิจ (B2B: Business to Business) เป็นการทำธุรกิจระหว่างธุรกิจ
  3. ธุรกิจที่ผู้บริโภคขายสินค้าและบริการให้ผู้บริโภคด้วยกัน (Consumer to Consumer) คือลูกค้าที่ไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจขายสินค้าของตัวเองให้กับลูกค้าด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการค้าขายทางโซเชียลมีเดีย
  4. ธุรกิจที่ผู้บริโภคขายสินค้าและบริการให้ธุรกิจหรือผู้ประกอบการ (Consumer to Business) คือการที่ฝั่งลูกค้าขายสินค้าหรือบริการให้กับธุรกิจหรือองค์กร โดยเราจะเห็นธุรกิจประเภทได้จากการทำงานระหว่างอินฟลูเอ็นเซอร์กับแบรนด์หรือร้านต่าง ๆ

ทำไมต้องมีหน้าร้าน E-commerce?

สำหรับข้อดีของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่จะทำให้คุณต้องหันมาขายของออนไลน์นั้นมีหลายข้อด้วยกัน ดังนี้ :-

  1. ไม่ต้องเสียเงินเช่าร้าน เพราะไม่ต้องมีหน้าร้าน แถมยังไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ หรือจ้างพนักงานดูแลหน้าร้านเพิ่ม
  2. ขายง่าย ขายคล่อง ขายได้ง่ายผ่านเว็บไซต์หรือแม้กระทั่งโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊คและอินสตาแกรม
  3. สะดวกสบาย ขายได้ตลอดเวลา มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าบนโลกอินเตอร์เน็ตได้แบบไม่มีข้อจำกัดทั้งในและต่างประเทศ ไม่ต้องห่วงเรื่องลูกค้าหน้าร้าน เพราะแค่มีร้านค้าออนไลน์ก็ขายได้ 24 ชั่วโมง
  4. ทำการตลาดได้ตรงจุด เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางโปรโมทร้านค้าที่มีประสิทธิภาพ เช่น การยิงแอด Facebook และโฆษณาบน Google เพราะช่องทางเหล่านี้จะมีข้อมูลของลูกค้าที่เคยเข้าเยี่ยมชมเพจหรือเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ทำการตลาดตรงเป้าหมายและมีโอกาสเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

เว็บไซต์ E-commerce ที่ดีและมีประสิทธิภาพเป็นยังไง?

รู้ข้อดีหลัก ๆ ของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซแล้วเกิดอยากเปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์เป็นของตัวเองแล้วใช่ไหม? ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นนั้น เรามาเช็คกันก่อนดีกว่าว่าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้นมีอะไรบ้าง

  1. หน้าเว็บไซต์สวยงาม สะอาดตา มีการจัดระเบียบสินค้า แบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ลูกค้าหาสินค้าได้ง่าย
  2. ใส่รายละเอียดสินค้าให้ครบ ทั้งรูปภาพ, วิดีโอ, ข้อมูลสินค้า และวิธีการใช้งาน
  3. ขั้นตอนการสั่งซื้อไม่เยอะจนเกินไป เพื่อให้ลูกค้ากดซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว แล้วก็ต้องมีรองรับการจ่ายเงินที่หลากหลายและปลอดภัยต่อการจ่ายเงินของลูกค้า
  4. ให้ความสำคัญกับ SEO เพื่อให้ลูกค้าค้นเจอร้านค้าออนไลน์ของคุณบนเว็บไซต์
  5. มีระบบการจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีสินค้าพร้อมขายและติดตามการขายสินค้าของได้ง่ายขึ้น เมื่อมีการจัดการที่ดีแล้ว ก็จะขายออนไลน์ได้ง่าย ๆ สบาย ๆ 

รู้จักกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซกันไปแล้ว ถ้าอยากเริ่มต้นขายของออนไลน์ บอกเลยว่าปัจจุบันมีโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ฟรีหลากหลายตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณเลือกเปิดหน้าร้านได้ตามถนัดและทำเงินกันในปี 2022 นี้ ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!

Author:
ฟร๊องซ์ ธนัชชา
ยังโสดค่ะ
ปิดการขายแชท และจัดการลูกค้า ในแอปเดียว