8 เทคนิคขายอาหารคลีน ธุรกิจสุดอินเทรนด์ปี 2022 ฉบับมือใหม่!

Published on
March 8, 2022

ใครที่ชอบใช้ชีวิตสายสุขภาพ และอยากทำธุรกิจ เราขอแนะนำให้ขายอาหารคลีน เพราะเป็นเทรนด์ที่มาแรงต่อเนื่องหลายปี และจะแรงแบบนี้ต่อไปแน่นอน บล็อกนี้รวบรวมเทคนิคขาย อาหารคลีน มาให้ ขายยังไงให้ปัง? อ่านที่นี่!

เทคนิค ขายของ อาหารคลีน 2022

อาหารคลีน หรือ อาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงต่อเนื่องหลายปี เนื่องจากผู้คนหันมารักสุขภาพและให้ความสำคัญกับอาหารการกินมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาที่ผู้คนต้องออกกำลังกายและเลือกทานอาหารการกินหรือแม้กระทั่งอาหารเสริมที่ดีที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายให้ได้มากที่สุด 

ดังนั้นเมื่อเกิดความต้องการในตลาดแบบนี้แล้ว ก็มีหลายคนผุดไอเดียขายอาหารคลีนและเปิดร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น และหากคุณคือหนึ่งในนั้น ในบทความนี้เราจะพามาดู 8 เทคนิคขายอาหารคลีนสำหรับมือใหม่ ที่จะช่วยให้คุณทำธุรกิจสุดอินเทรนด์ของปี 2022 นี้ได้ง่ายขึ้น

อาหารคลีน คืออะไร?

อาหารคลีน หรือ Clean Food คือ อาหารที่มีการปรุงแต่งน้อย ลดการแต่งสี ไม่มีวัตถุกันเสีย และปราศจากการปรุงแต่ง โดยเน้นวัตถุดิบและส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และผ่านการปรุงรสให้น้อยที่สุด โดยมักจะใช้วัตถุดิบอย่างเนื้อสัตว์ไม่แปรรูป, ผักผลไม้สด, แป้งไม่ขัดสี, เกลือ, พริกไทย และไขมันดี อย่างน้ำมันมะกอกและอะโวคาโด ถือเป็นอาหารที่จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

ทำไมต้องขายอาหารคลีน?

นอกจากอาหารคลีนจะเป็นกระแสที่มาแรงแล้ว ยังมีเหตุผลอีกหลายข้อที่จะทำให้คุณตัดสินใจเลือกทำกิจการนี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ได้แก่

  • เพิ่มสินค้าใหม่ ๆ ในท้องตลาด และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ
  • มีสินค้าที่แตกต่างจากร้านอื่น ช่วยให้ร้านดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น
  • มีกำไรค่อนข้างเยอะ นี่คือเหตุผลหลัก ๆ ที่น่าขายอาหารคลีนสุด ๆ 
  • ช่วยสร้างชุมชนสุขภาพดี เมื่อคนในชุมชนใส่ใจสุขภาพและมีสินค้าที่ตอบโจทย์แล้ว คนในชุมชนของคุณก็จะสุขภาพดีกันถ้วนหน้าและปลอดโรค
  • เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการใหม่ ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและทำกำไรไปกับอาหารเพื่อสุขภาพ

วิธีขายอาหารคลีนให้ปังในปี 2022

ขายอาหารคลีน
Photo by Ella Olsson from Pexels

ทำความรู้จักอาหารคลีนและข้อดีของการทำธุรกิจอาหารคลีนเพื่อสุขภาพกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าจะต้องเริ่มต้นเปิดร้านขายอาหารคลีนยังไงถึงจะประสบความสำเร็จและมัดใจลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่นในปี 2022 นี้

1. เริ่มต้นจากการวางแผน

ธุรกิจการขายอาหารคลีนก็เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ ที่จะต้องมีการวางแผนให้ดีเพื่อให้กิจการของคุณมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นถ้าอยากเปิดร้านขายอาหารคลีนเล็ก ๆ หรือว่าขายอาหารคลีนออนไลน์ก็เริ่มวางแผนเลยตอนนี้ ซึ่งหัวข้อหลัก ๆ ที่ต้องพิจารณาในการวางแผนก็คือ

  • ต้นทุนในการเริ่มต้นขายอาหารคลีน
  • ค่าใช้จ่ายหรือเงินหมุนเวียนรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คุณจะขายอาหารของร้านให้
  • ราคาอาหารคลีนแต่ละเมนู
  • ชื่อร้าน


2. เลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจ

ปกติแล้ว การทำธุรกิจร้านอาหารหรือธุรกิจประเภทต่าง ๆ ผู้เปิดร้านหรือเจ้าของร้านสามารถเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจได้หลายรูปแบบ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว จะมี 7 ประเภทด้วยกันคือ

  1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship) คือธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียว มีบุคคลคนเดียวลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการแต่เพียงผู้เดียว จะจดทะเบียนหรือไม่จดก็ได้
  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน เป็นกิจการที่มีเจ้าของตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยบุคคลดังกล่าวมีการตกลงทำกิจการร่วมกัน แบ่งกำไรที่ได้จากกิจการด้วยกัน และรับผิดชอบหนี้สินของกิจการร่วมกันโดยไม่มีจำกัด
  3. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (Juristic Ordinary Partnership) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
  4. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) มี 2 ประเภทคือ 
  • Limited Partner ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ที่รับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินที่ลงหุ้น
  • General Partner ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ที่รับผิดชอบหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่จำกัดจำนวน
  1. บริษัทจำกัด (Limited Company) ตั้งโดยการแบ่งทุนเป็นหุ้นมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินที่จ่ายยังไม่ครบตามมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปและจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
  2. บริษัทจำกัดมหาชน (Public Limited Company) บริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อเสนอขายประชาชนคนทั่วไป ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องชำระและต้องมีผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 15 คน
  3. องค์กรธุรกิจไม่แสวงหากำไร จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ มีสมาคมการค้าและหอการค้า ซึ่งข้อแตกต่างคือ
  • สมาคมการค้า จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจ ไม่หาผลกำไรหรือหากำไรแบ่งปันกัน และมีคณะกรรมการดำเนินกิจการ
  • หอการค้า จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการค้าต่าง ๆ รวมทั้งการบริการ การประกอบวิชาชีพอิสระ อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม โดยไม่ได้หาผลกำไรหรือหารายได้แบ่งกัน

3. จัดการการเงินให้เรียบร้อย

ใช่ว่าทุกคนที่อยากเปิดร้านอาหารจะมีงบเพียงพอเสมอไป เพราะฉะนั้นคุณจำเป็นต้องวางแผนให้รอบด้านว่าคุณจะต้องมีเงินลงทุนเท่าไหร่ และถ้ามีเงินไม่พอ สามารถหาทางออกที่ไหนได้บ้าง ซึ่งโดยทั่วไป เจ้าของร้านอาหารมือใหม่ก็มักจะขอความช่วยเหลือทางด้านการเงินดังนี้ :-

  • กู้ธนาคาร
  • ยืมเพื่อนหรือญาตพี่น้อง
  • หาผู้ลงทุนให้
  • หาพาร์ทเนอร์
  • ระดมทุน
  • เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

ทั้งนี้ควรพึงตระหนักอยู่เสมอว่า ในช่วงแรก ๆ ที่ขายอาหารคลีน คุณอาจจะไม่ได้เห็นกำไรทันที ดังนั้นให้ใจเย็นและเริ่มจากร้านเล็ก ๆ ก่อนเสมอ

4.  เลือกทำเลร้าน

ขั้นตอนการเลือกทำเลร้านถือว่าสำคัญและมองข้ามไม่ได้ เพราะแม้อาหารคลีนของคุณจะรสชาติดีแค่ไหน แต่ไม่อยู่ในที่ที่มีลูกค้า ร้านก็จะไม่เป็นที่สนใจและไม่โต ยกเว้นแค่ว่า คุณจะเน้นขายอาหารออนไลน์เท่านั้น ดังนั้นเมื่อเลือกทำเลเปิดร้านจะต้องพิจารณาสิ่งไปนี้ควบคู่กันไปด้วย

  • ค่าใช้จ่าย ดูว่าถ้าเลือกทำเลขายร้านแล้ว จะมีรายได้พอจ่ายค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หรือไม่
  • การเข้าถึงได้ของลูกค้า ลูกค้าจะเดินทางมาที่ร้านของคุณได้ยังไง เดิน ขับรถ รถโดยสาร หรือรถไฟฟ้า เป็นต้น
  • ข้อจำกัด แนะนำให้ศึกษาบริเวณโดยรอบให้ดีว่ามีข้อจำกัดอื่น ๆ หรือไม่ เช่น ข้อจำกัดในการใช้เสียง การจราจร และข้อจำกัดในการจัดส่งวัตถุดิบ เป็นต้น
  • คู่แข่ง ร้านคู่แข่งและร้านอื่น ๆ อาจจะช่วยดึงลูกค้ามาที่ร้านคุณหรือไม่ก็ได้ ดังนั้นให้ศึกษาคู่แข่งในย่านนั้นเพื่อดูว่าร้านคุณจะได้รับผลกระทบยังไงบ้าง
  • วางแผนล่วงหน้า ลองมองไปไกล ๆ วิเคราะห์ดูว่าในอนาคตอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้าทำเลในย่านนั้นจะเป็นยังไง

5. ออกแบบผังร้านอาหารคลีน

เมื่อเลือกทำเลเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาวางแปลนร้าน โต๊ะ ที่นั่ง และการตกแต่งต่าง ๆ ซึ่งปกติแล้ว ร้านอาหารจะจัดให้พื้นที่กว่า 45-60% ของร้านให้เป็นบริเวณทานอาหารหรือพื้นที่รับรองลูกค้า ส่วนอีก 35% ก็จะเป็นส่วนของห้องครัว พื้นที่จัดเก็บของและวัตถุดิบ และออฟฟิศหลังบ้าน


อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สัดส่วนตายตัว คุณสามารถออกแบบร้านอาหารคลีนในฝันของคุณได้ตามใจชอบ แต่ต้องแน่ใจว่ามีทางเดินเพียงพอและง่ายต่อการเสิร์ฟอาหารและบริการลูกค้าด้วย โดยสามารถดูไอเดียตกแต่งร้านอาหารหรือผังร้านอาหารได้ง่าย ๆ ตาม Pinterest และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวกับการออกแบบร้านอาหารทั่วไป

6. เลือกซัพพลายเออร์

นอกจากคุณจะต้องเลือกอุปกรณ์ในครัวและอุปกรณ์การทำอาหารต่าง ๆ แล้ว คุณจะต้องติดต่อพูดคุยกับซัพพลายเออร์หลายเจ้า ดังนั้นให้หาข้อมูลเยอะ ๆ แล้วดูว่าซัพพลายเออร์เจ้าไหนที่จะเป็นคู่ค้าระยะยาวหรือระยะสั้นบ้าง แล้วก็ต้องดูด้วยว่าเจ้าไหนราคาดีและคุณภาพสินค้าได้ตามที่ทางร้านของคุณต้องการ หากหาข้อมูลเองแล้วยังไม่เจอซัพพลายเออร์ที่ถูกใจ ก็สามารถสอบถามผู้รู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนก็ได้

7. หาพนักงาน

คัดเลือกพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำร้านอาหาร หรือพนักงานที่เต็มใจเรียนรู้และมีใจรักบริการ พนักงานที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะช่วยให้การจัดการร้านอาหารของคุณง่ายขึ้นและมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ก่อนจะตัดสินใจว่าจ้าพนักงาน ควรเช็คประวัติการทำงาน สัมภาษณ์ตัวต่อตัว และโทรสอบถามบุคคลอ้างอิงด้วย เพื่อจะได้มั่นใจว่าคุณจะได้พนักงานร้านอาหารคลีนที่ดีและมีคุณภาพมากที่สุด

8. ขายออนไลน์

เมื่อตั้งหน้าร้านและจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่ามองข้ามช่องทางการขายอาหารออนไลน์และอาหารเดลิเวอรี่เป็นอันขาด เพราะนี่คือช่องทางยอดนิยมที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและร้านอาหารคลีนของคุณได้เป็นอย่างดี 

และถ้ากลัวว่าจะต้องเสียเงินค่าแพลตฟอร์มหรือค่าเว็บไซต์ขายอาหารคลีนออนไลน์ก็ต้องบอกว่าหมดกังวลได้เลย เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์สำเร็จรูปให้คุณขายอาหารคลีนออนไลน์ได้แบบฟรี ๆ !

หากำลังวางแผนขายอาหารออนไลน์อยู่ เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณทำรายได้จากเทรนด์ธุรกิจมาแรงนี้แน่นอน และเมื่อมีร้านอาหารคลีนในฝันของคุณแล้ว ก็ต้องรู้ช่องทางโปรโมทร้านและวิธีการเข้าถึงลูกค้าด้วย ร้านจึงจะทำรายได้ได้ตามที่วางแผนไว้และเติบโตได้ง่ายขึ้น

Author:
ฟร๊องซ์ ธนัชชา
ยังโสดค่ะ
สร้างเว็บขายของออนไลน์ฟรี ให้ Zaapi ดูแลคุณ